กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 4201|ตอบกลับ: 13

ในพระสูตร จิต เปรียบเหมือนกิ่งไม้หรือวานร ครับ

[คัดลอกลิงก์]

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 14-1-2015 22:54:45 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๖
[๒๓๑] ดูกรภิกษุทั้งหลาย ปุถุชนผู้มิได้สดับ จะพึงเข้าไปยึดถือเอาร่างกายอัน
เป็นที่ประชุมแห่งมหาภูต ๔ นี้ โดยความเป็นตน ยังชอบกว่า แต่จะเข้าไปยึดถือเอาจิตโดย
ความเป็นตนหาชอบไม่ ข้อนั้นเพราะเหตุไร เพราะร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้
เมื่อดำรงอยู่   ปีหนึ่งบ้าง   สองปีบ้าง   สามปีบ้าง   สี่ปีบ้าง   ห้าปีบ้าง   สิบปีบ้าง
ยี่สิบปีบ้าง   สามสิบปีบ้าง สี่สิบปีบ้าง ห้าสิบปีบ้าง ร้อยปีบ้าง ยิ่งกว่าร้อยปีบ้าง
ย่อมปรากฏ แต่ว่าตถาคตเรียกร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้าง
วิญญาณบ้าง จิตเป็นต้นนั้นดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ในกลางคืนและกลางวัน ฯ

[๒๓๒] ดูกรภิกษุทั้งหลาย วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่จับกิ่งไม้ ปล่อยกิ่งนั้น
ยึดเอากิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป แม้ฉันใด ร่างกายอันเป็นที่ประชุม
แห่งมหาภูตทั้ง ๔ นี้ ที่ตถาคตเรียกว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง จิตเป็นต้นนั้น
ดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป ในกลางคืนและกลางวัน ก็ฉันนั้นแล ฯ

------------------------------------
จากพระสูตรข้างต้น ผมมีความเห็นว่า จิต มโน วิญญาณ เปรียบเหมือน กิ่งไม้ ไม่ใช่ลิง
เพราะ จิตเป็นต้นนั้นดวงหนึ่งเกิดขึ้น ดวงหนึ่งดับไป = ปล่อยกิ่งนั้น ยึดเอากิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป

ผมมีความเห็นที่ถูกต้องไม่ครับ ขอบคุณครับ


32

กระทู้

2

เพื่อน

3138

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
2361
ความดี
403
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-11-2018
โพสต์เมื่อ 15-1-2015 21:28:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
โดยทั่วไป มักจะเปรียบเทียบกันว่า จิตเหมือนลิง  ตามพระสูตรที่ยกมา น่าจะเป็น การจับและปล่อยกิ่งไม้ของวานร มากกว่าซึ่งก็มีความหมายชัดแจ้งอยู่แล้ว ไม่ต้องแปลไทย เป็นไทย  จับ ปล่อยกิ่งไม้ของลิงเมื่อท่องเทียวไป ก็เหมือนการเกิดดับของจิต
เพราะความสิ้นไปแห่งนันทิ จึงมีความสิ้นไปแห่งราคะ ...

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-1-2015 22:42:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระสูตรที่ยกมา แปลคลาดเคลื่อนตรง
"แต่ว่าตถาคตเรียกร่างกายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้ง ๔
นี้ว่า จิตบ้าง มโนบ้าง วิญญาณบ้าง ..."

**************************************************
หากมาพิจารณาอ่านสำนวนท่านพุทธทาส....

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! ข้อนั้นเพราะเหตุว่า
กายอันเป็นที่ประชุมแห่งมหาภูตทั้งสี่นี้
ดำรงอยู่ปีหนึ่งบ้าง สองปีบ้าง สามปีบ้าง สี่ปีบ้าง ห้าปีบ้าง สิบปีบ้าง ยี่สิบปีบ้าง สามสิบปีบ้างสี่
สิบปีบ้าง ห้าสิบปีบ้าง ร้อยปีบ้าง เกินกว่าร้อยปีบ้าง ปรากฏอยู่
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!ส่วน สิ่งที่เรียกกันว่า
"จิต" ก็ดี ว่า "มโน" ก็ดี ว่า "วิญญาณ" ก็ดีนั้น
ดวงอื่นเกิดขึ้น ดวงอื่นดับไป ตลอดวัน ตลอดคืน

- สำนวนท่านพุทธทาส

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-1-2015 22:50:23 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!
เปรียบเหมือน วานร เมื่อเที่ยวไปอยู่ในป่าใหญ่
ย่อมจับกิ่งไม้  ปล่อยกิ่งนั้น จับกิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่จับเดิม
เหนียวกิ่งอื่น เช่นนี้เรื่อย ๆ ไป ข้อนี้ฉันใด

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย! สิ่งที่เรียกกันว่า "จิต" ก็ดี ว่า "มโน" ก็ดีว่า
"วิญญาณ" ก็ดี นั้น
ดวงอื่นเกิดขึ้น ดวงอื่นดับ ไป ตลอดวัน

***************************************************
ลักษณะอุปมาลิงจับกิ่งไม้นั้น ปล่อยกิ่งไม้นี้
หมายถึง ความที่วิญญาณมีความหมุนเวียนไปตามความแปรปรวนแห่ง รูป เวทนา สัญญา สังขาร  ครับ

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 15-1-2015 23:45:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อัครา เมื่อ 16-1-2015 00:22

ขอบคุณครับ

จากที่ได้ยินมา ผมก็เข้าใจว่าลิงคือจิตนั่นเเหละครับ จับกิ่งนู้น กิ่งนี้ไปเรื่อย

    ถ้าในความเข้าใจนี้ ลิงคือจิต ปล่อย ยึด ไปเรื่อยใน ขันธ์ทั้ง4

แต่มีอยู่เทปหนึ่งที่มีคนถามว่า จิตเปรียบเหมือนวานร หรือกิ่งไม้ ผมถึงฉุกคิด
    จิต มีการเกิดดับ ไม่ใช่จิต อันเดิม และในพระสูตร ลิงก็น่าจะเป็นลิงตัวเดิม

จากพระสูตร  "วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่จับกิ่งไม้ ปล่อยกิ่งนั้น ยึดเอากิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป"
จะเห็นว่ามี วานรตัวเดิม แต่สิ่งที่เปลี่ยนคือกิ่งไม้ น่าจะเท่ากับ สัตตานัง(ไม่เปลี่ยน )จับ จิตที่เกาะกับขันธ์ทั้ง4(ที่เปลี่ยนไปเรื่อย เกิด ดับ ไม่ใช่จิตอันเดิม)
นั่นคือ วานร คือ สัตตานัง

         กิ่งไม้ คือ จิต (โดยละไว้ในฐานที่เข้าใจว่าจิตต้องเกาะกับขันธ์4)
ผมยังมีความเห็นอย่างนี้ถูกไม๊ครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-1-2015 08:38:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 16-1-2015 08:43

"วานรเมื่อเที่ยวไปในป่าใหญ่จับกิ่งไม้ ปล่อยกิ่งนั้น
ยึดเอากิ่งอื่น ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป"


ทรงอุปมาหมายถึงจิต มโน(ใจ) วิญญาณ ว่าเป็นปฏิจจสมุปปันนธรรม
คือมีการเกิดเพราะอาศัยธรรมอันเป็นเหตุ
และดับลงไปเพราะธรรมที่เกิดจากเหตุนั้นดับลง
วิญญาณ (มโน จิต) อาศัยนามรูปแล้วจึงเกิดขึ้น
วิญญาณ นั้นไม่เวียนเลยไปอื่น ย่อมกลับมาสู่นามรูป
เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป
และเพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ
นี้เรียกว่า ปฏิจจสมุปปันนธรรม

ลิงนั้นอุปมาด้วยวิญญาณที่มีลักษณะเป็นปฏิจจสมุปปันนธรรม ในลักษณะนี้
มิได้แสดงถึงว่า วิญญาณนี้เป็นสิ่งเดิม แล้วเร่รอ่นไปตั้งอาศัยในนามรูป
แต่แสดงให้เห็นว่า วิญญาณ มีลักษณะแห่งความหมุนเวียนไป
ตามความแปรปรวนไปแห่ง รูป (เป็นต้น)  อยู่เช่นนี้

ไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนี้ และไม่เป็นไปโดยประการอื่นเลย
เพราะอาศัยตัณหา และ อุปาทาน อันเป็นเครื่องถึงทับแห่งจิต
เป็นอนุสัยแห่งทิฏฐิ ว่าอัตตาของเรา
จึงมีความเห็นดิ่งโดยส่วนเดียวว่า รูป (เป็นต้น) โดยความเป็นตน
ตนว่ามีรูป รูปว่ามีอยู่ในตน หรือ ตนมีอยู่ในรูป (เป็นต้น)
ซึ่งวิญญาณ(ที่มีตัณหา และ อุปาทาน ประกอบพร้อมอย่างนี้) จะไม่เวียนเลยไปที่อื่นเลย นอกเสียจากนามรูป
และความที่ถูกถึงทับด้วยตัณหา และ อุปาทาน อย่างนี้ สัตว์จึงบัญญัติขึ้นมาเพื่อเรียก "สิ่งๆนี้"
ลักษณะการหมุ่นเวียนอย่างนี้อย่างไม่ขาดสาย วัฏฏะ จึงเกิดมีขึ้น
สัตว์จึงเวียนว่ายในสงสารนี้ตลอดกาลยาวนานเพราะอำนาจแห่งตัณหา(ปกคลุมด้วยอวิชชา)
ทรงอุปมาด้วยวานรต้องการผลไม้ เที่ยวเร่ร่อนไปสู่ป่า ฉะนั้น

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 16-1-2015 21:42:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบคุณครับ
-โดยเนื้อหา ผมเข้าใจ แต่โดยอุปมายังมีความเห็นว่า จิต เปรียบเหมือนกิ่งไม้
-โดยพระสูตรนี้ ก็ตอบตัวเองอยู่เเล้ว
-จากบริบทของพระสูตร จะพูดว่า ยึดกาย ดีกว่ายึดจิต เพราะ กายยังมีความเสื่อมให้เห็น แต่จิต จะเปลี่ยนไปเรื่อยทำให้เพลิน ตามตัณหา อุปาทาน คือ เบื่อก็ปล่อย (ปล่อยกิ่งที่ยึดเดิม) ยังอยากอยู่ก็จับจิตใหม่ (เหนี่ยวกิ่งใหม่ต่อไป)
-แต่ในเมื่อ ความเห็นในพระสูตรเข้าใจถูกแล้ว มีความเห็นต่างแค่อุปมา จะแสดงความเห็นต่อก็คงไม่ประกอบด้วยประโยชน์ ไม่เป็นไปเพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด ผมจะขอหยุดไว้แค่นี้ก่อน เอาไว้รู้แจ้งแล้วจะมาแสดงความเห็นต่อครับ
-จริงๆ ยังมีอีกเรื่องที่คาใจ แต่จะเอาไว้ก่อนเดี๋ยวจะว่าผมมีความเห็นเเปลก เกี่ยวกับ สุข ทุกข์ ถ้าอยากให้ตั้งกระทู้ ขอเสียงหน่อยครับ

ขอบคุณทุกความคิดเห็นครับ




19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 17-1-2015 09:06:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 17-1-2015 09:52

-โดยเนื้อหา ผมเข้าใจ แต่โดยอุปมายังมีความเห็นว่า จิต เปรียบเหมือนกิ่งไม้

จิตมีธรรมชาติที่รู้แจ้งในอารมณ์ใดอารมณ์หนึ่ง
และมีลักษณะเวียนกลับ(หมุนเวียน)ไปตามความแปรวนของความปรุงแต่งให้เกิดขึ้นของรูป (เป็นต้น)
อุปมา วานรจับกิ่งไม้นั้น เกาะกิ่งไม้นี้  จึงหมายถึงลักษณะที่เป็นธรรมชาติของจิตเช่นนี้เอง(ตถตา)
ที่มีการเวียนกลับไปตั้งอาศัยในนามรูป ไม่ผิดไปจากความเป็นอย่างนี้ (อวิตถตา)
จิตไม่เลย(ไปตั้งอาศัย) ไปอื่น คือไม่เป็นไปโดยประการอื่น (อนัญญถตา)
เพราะเมื่อวิญญาณมี นามรูปย่อมมี ดังนี้ อาศัยกันแล้วเกิดขึ้น (อิทัปปัจจยตา)
ดังนั้นอุปมา ลิง กับ กิ่งไม้ ไม่ได้หมายถึงว่ากิ่งไม้เป็นจิต ลิงเป็นสัตว์
แต่ลักษณะแห่งการจับแล้วปล่อยของลิงกับกิ่งไม้ นั้นต่างหาก
ที่เป็นอุปมาถึงความที่จิตมีลักษณะแห่งการตั้งอาศัยในนามรูป
(ไม่ได้หมายถึง ลิงตัวเดิม คือ จิตดวงเดิมอย่างนั้นหรือ แต่หมายถึง
ลักษณะแห่งลิงที่จับกิ่งไม้ "ไปมา" นั้น
อุปมาเหมือน จิต ไม่เคยปล่อยการตั้งอาศัยที่มีในนามรูปเลย)
วิญญาณย่อมหมุนเวียนไปตามความแปรปรวนของนามรูป
ด้วยอุปมานี้ จึงทรงตรัสว่า จิต มโน วิญญาณ มีการเกิดขึ้นและดับลงไป ตลอดวันตลอดคืน

-โดยพระสูตรนี้ ก็ตอบตัวเองอยู่เเล้ว

พระสูตรนี้ทรงตรัสเป็นอุปมาที่ชัดเจนแล้วดังนี้ครับ ว่า กิ่งไม้ไม่ใช่จิต และ ลิงไม่ใช่สัตว์
แต่ลักษณะและการจับกิ่งไม้นั้น ปล่อยกิ่งไม้นี้ นี้คืออุปมาว่า
จิต มโน วิญญาณ มีการแปรปรวนไปตามความหมุนเวียนแห่งนามรูป


-จากบริบทของพระสูตร จะพูดว่า ยึดกาย ดีกว่ายึดจิต

จิตเป็นธรรมชาติที่ยากที่จะอุปมาถึงความแปปรวน ตามพระสูตรที่ว่า

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราย่อมไม่เล็งเห็นธรรมอื่นแม้อย่างหนึ่ง
ที่เปลี่ยนแปลงได้เร็ว เหมือนจิต
ดูกรภิกษุทั้งหลาย จิตเปลี่ยนแปลงได้เร็วเท่าใดนั้น
แม้จะอุปมาก็กระทำได้มิใช่ง่าย ฯ


ดังนั้น หากอุปมาว่ากิ่งไม้เป็นจิต จะดูขัดกันกับพระสูตรนี้ ดังนี้ครับ




-แต่ในเมื่อ ความเห็นในพระสูตรเข้าใจถูกแล้ว มีความเห็นต่างแค่อุปมา
จะแสดงความเห็นต่อก็คงไม่ประกอบด้วยประโยชน์
ไม่เป็นไปเพื่อเบื่อหน่าย คลายกำหนัด
ผมจะขอหยุดไว้แค่นี้ก่อนเอาไว้รู้แจ้งแล้วจะมาแสดงความเห็นต่อครับ


สาธุครับที่สากัจฉากัน

จริงๆ ยังมีอีกเรื่องที่คาใจ แต่จะเอาไว้ก่อน
เดี๋ยวจะว่าผมมีความเห็นเเปลก เกี่ยวกับ สุข ทุกข์
ถ้าอยากให้ตั้งกระทู้ ขอเสียงหน่อยครับ


ยินดีอย่างยิ่งนะครับ การถกในคำของศาสดา ยิ่งทำให้เปิดธรรมที่ถูกปิดไว้
ความสงสัยในธรรมที่เคยสงสัยย่อมคลายความสงสัยลงไปได้
ธรรมใดที่ยังไม่ปรากฏ ย่อมทำให้ปรากฏขึ้นมาได้ครับ

แสดงความคิดเห็น

อัครา  ขอบคุณครับ  โพสต์เมื่อ 17-1-2015 12:44

2

กระทู้

1

เพื่อน

236

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
97
ความดี
69
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
19-3-2015
โพสต์เมื่อ 22-2-2015 09:06:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอตอบสำหรับกระทู้แรกของเว็ปนี้นะครับ

   ลำดับแรกผู้ที่จะศึกษาธรรมะ ในชั้น ปรมัตถธรรม โลกุตตรธรรม นี้ต้องทำความเข้าใจในเรื่องอนัตตาก่อนครับ
มิเช่นท่านก็จะตีความหมายทางภาษาธรรม เป็นภาษาคนไปหมด เช่น คำว่าลิงจับกิ่งไม้นี้ ไม่ได้ให้ความหมายว่าเป็นตัวตนของลิง หรือตัวตนของจิต
แต่ได้ให้ความหมายของลักษณะอาการของลิง คืออาการของจิต  เพราะฉนั้น ตรงนี้เราจะเข้าใจความหมายได้โดยคือ
  อาการของจิต ที่หมุนเวียนเปลียนไปเรื่อย ดวงใหม่เกิดขึ้น ดวงเก่าดับไป ตามผัสสะ ที่มากระทบ อายตนะ ทั้ง6
เมื่อรับอารมณ์ ปรุงแต่งเสร็จ เกิด ภพ ชาติ โสกะ เสร็จ ต้องศีกษา ปฏิจจสมุปบาท ให้เข้าใจด้วยครับ
ถึงจะเข้าความหมาย คำว่า "ลิงจับกิ่งไม้"

100

กระทู้

6

เพื่อน

5280

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
3763
ความดี
807
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-9-2019
โพสต์เมื่อ 13-8-2017 10:25:05 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย อัครา เมื่อ 13-8-2017 21:06

ขอแสดงความเห็นครับ

1. จากสนทนาธรรมเช้าวันเสาร์ 12 สิงหาคม 2560
ผมจับใจความได้ว่า
ลิงคือ เป็นได้ทั้ง ผู้ยึด(สัตว์) กับ ผู้ไม่ยึด (อรหันต์ยังไม่เข้านิพพาน)
จับกิ่ง (ข่วงต้น กิ่งเก่า) --> จิต
ปล่อยกิ่งนั้น ยึดเอากิ่งอื่น (ช่วงระหว่าง)--> มโน
ยึดเอากิ่งอื่น (ช่วงแตะมีองค์พร้อม คือ มี นามรูป วิญญาณ) --> วิญญาณ

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 14:28 , Processed in 0.119899 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน