กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 3110|ตอบกลับ: 12

เจ้าชายสิทธัตถะ เป็นคำแต่งใหม่

[คัดลอกลิงก์]

14

กระทู้

3

เพื่อน

3231

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
1268
ความดี
987
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-8-2014
โพสต์เมื่อ 6-6-2014 11:52:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กันตัง เมื่อ 9-6-2014 12:13

คือเรียนพุทธประวัติ รู้อย่างนี้ว่า เจ้าชายสิทธัตถะเป็นพระราชโอรสของพระเจ้าสุทโธทนะ และพระนางสิริมหามายา รู้อย่างนี้มาทั้งชีวิตเลยค่ะ แต่พอมาเจอคลิปนี้เจ้าชายสิทธัตถะ เป็นคำแต่งใหม่ ก็เลยไม่รู้เลยว่าจริงๆ แล้วตถาคตเดิมชื่ออะไร
คำว่า สัทธัตถะ มีอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มที่ ๓๒ และ ๓๓ ขุททกนิกายจริง ไม่ปรากฎในเล่มอื่น แต่เพราะเพียงแค่ไม่มีพระสูตรที่ขึ้นต้นด้วยคำว่า "ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย" จึงไม่ใช่เหตุให้เชื่อได้ว่า ตถาคต หรือ สมณะโคดม เดิมชื่อ "สิทธัตถะ" พระนามอื่น "อังคีรส"
แต่ถึงแม้จะไม่มีวลีคำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ขอตั้งข้อสมมติฐานไว้ดังนี้ แม้เป็นชื่อมหาเถระกล่าวนั้น หากลองไล่ชื่อว่าเป็นชื่อของใคร เช่น พระจุนทะเป็นต้น พระจุนทะเป็นพระมหาเถระในสมัยพระพุทธเจ้าอยู่ด้วยหรือเปล่า หากเปล่าก็เป็นอันจบไป แต่เป็นก็ต้องถามต่อไปว่า พระเถระจำนวน ๕๐๐ รูปร่วมกันสังคายนาครั้งแรก มีใครบ้างที่ปฏิเสธชื่อ สิทธัตถะ หรือสิทธัตถราชกุมาร หากไม่มีก็เป็นอันยอมรับว่าพระองค์เดิมมีนามว่า สิทธัตถะ แต่หากไม่ยอมรับว่าสิทธัตถะเป็นพระนามเดิม เป็นคำแต่งใหม่ มีหลักฐานปรากฎหรือไม่ว่าขุททกนิกาย เป็นการแต่งขึ้นภายหลัง ประมาณการสังคายนาครั้งที่เท่าไร
        ไม่ว่าจะมีหรือไม่มีคำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย แต่มหาเถระทุกคนก็เป็นสาวก ๕๐๐ รูป มาสังคายนาร่วมกัน(ไม่มีพระพุทธเจ้าเป็นประธาน) ไม่มีใครทราบหรอกว่า การสังคายนาตอนนั้นจะเป็นรูปแบบไหน สาวกแต่ละองค์ก็มีอินทรีย์ต่างกัน การทรงจำก็ย่อมต่างกัน การถ่ายทอดบอกกล่าวก็ย่อมต่างกัน แม้ในหลายๆพระสูตรที่มีวลีคำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ก็ไม่มีใครบอกได้ว่าพระสูตรนี้ใครเป็นคนกล่าว และยังไม่เห็นมีใคร(นอกจากท่านพุทธทาส)ออกมากล่าวเลยว่าพระสูตรไหนบ้างที่มีวลีคำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย ไม่เป็นพุทธวจน
        คือดิฉันไม่อยากด่วนสรุปนะคะว่าเป็นคำแต่งใหม่ แต่อยากให้วิเคราะห์ให้ละเอียดให้มากไปกว่านี้ หากพระนามเดิมของพระพุทธเจ้า นามว่าสิทธัตถะจริงๆ แล้วจะทำยังไงคะ ขอเชิญท่านผู้รู้ช่วยกันหาขอสรุปด้วยเถอะค่ะ

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

สติเป็นที่แล่นไปสู่วิมุตติ  

8

กระทู้

0

เพื่อน

621

เครดิต

แบนห้ามเข้า

บล็อก
0
สตางค์
344
ความดี
141
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
6-7-2016
โพสต์เมื่อ 6-6-2014 20:46:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด
หมายเหตุ: ผู้โพสต์ถูกแบนหรือถูกลบ โพสต์นี้ถูกปิดโดยอัตโนมัติ

14

กระทู้

3

เพื่อน

3231

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
1268
ความดี
987
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-8-2014
โพสต์เมื่อ 6-6-2014 21:07:04 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กันตัง เมื่อ 6-6-2014 21:32
bus ตอบกลับเมื่อ 6-6-2014 20:46
น่าจะชื่อโคดมนะครับ เห็นพวกปริพาชกเขาเรียกว่า พระสม ...

โคตม เป็นชื่อโคตรค่ะ เช่น สิทธัตถะ โคตม, มหาปชาบดีโคตมี(น้า)
สิทธัตถะ โคตม หรือ พระโคตมพุทธเจ้า หรือที่นิยมเรียกว่า พระพุทธเจ้า เป็นพระบรมศาสดาของศาสนาพุทธ เป็นผู้เผยแพร่พระธรรมวินัยซึ่งต่อมาเรียกว่าพระพุทธศาสนา ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาท ถือว่าการเรียกพระพุทธเจ้าโดยออกนามโคตรนั้นเป็นการไม่เคารพ เช่น เรียกว่า พระสมณโคดม เป็นต้น ทำให้ในตำราพระพุทธศาสนาเถรวาทมักเรียกพระพุทธองค์โดยใช้ศัพท์ว่า สตฺถา ที่แปลว่า พระศาสดา แทน ปัจจุบันชาวพุทธนิยมเรียกพระโคตมพุทธเจ้าว่า พระพุทธเจ้า ซึ่งหมายถึง พระโคตมพุทธเจ้า นั่นเอง
ความเห็นจากบอร์ดอื่น
โคตม แปลว่า พระอาทิตย์ สันนิษฐานได้จากตอนที่เจ้าชายสิทธัตถะทรงออกผนวชใหม่ๆ เมื่อพระองค์เสด็จผ่านเมืองราชคฤห์ ได้พบกับพระเจ้าพิมพิสาร ทรงตรัสกับพระเจ้าพิมพิสารว่า พระองค์ทรงเสด็จออกจากสกุลของพวกที่เรียกว่า"ศากยะ"โดยชาติ(โดยกำเนิด) ชื่อว่า"อาทิตย์"โดยโคตร ซึ่งข้อความนี้มีปรากฏอยู่ในบรรพชาสูตร คัมภีร์สุตตนิบาต คำว่าโคตมโคตร บางแห่งเรียกว่า อาทิตยโคตร
ลิงค์คำต่างๆที่ใช้สือถึงพระพุทธเจ้า
สติเป็นที่แล่นไปสู่วิมุตติ  

14

กระทู้

3

เพื่อน

3231

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
1268
ความดี
987
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-8-2014
โพสต์เมื่อ 6-6-2014 21:16:25 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กันตัง เมื่อ 6-6-2014 21:19

พระนามของพระพุทธเจ้า
พระพุทธเจ้าในที่นี้หมายถึงพระสัมมาสัมพุทธเจ้าของเราทั้งหลายหรือพระพุทธเจ้าองค์ปัจจุบันนั้นเอง มีคำเรียกกล่าวนามพระพุทธเจ้าของเรามากมาย ซึ่งพอจะนำมาประมวลไว้ได้ ดังต่อไปนี้
๑. พระบรมโพธิสัตว์, พระโพธิสัตว์ หมายถึงท่านผู้ที่จะได้ตรัสรู้เป็นพระพุทธเจ้า ซึ่งกำลังบำเพ็ญบารมี ๑๐ คือ ทาน ศีล เนกขัมมะ ปัญญา วิริยะ ขันติ สัจจะ อธิฐาน เมตา อุเบกขา
๒. อังคีรส หมายถึง มีรัศมีแผ่ซ่านจากพระกาย เป็นพระนามแรก เมื่อพราหมณ์ ๘ คน ผู้ทำหน้าที่ถวายพระนามและทำนายลักษณะพระกุมาร กล่าวถึงเมือพินิจจากลักษณะแรกพบเห็น
๓. สิทธัตถกุมาร เป็นพระนามที่พราหมณ์ ๘ คนผู้ทำหน้าที่ถวายพระนามและทำนายลักษณะพระกุมาร ตั้งถวาย "สิทธัตถ" แปลว่า มีความต้องการสำเร็จ หรือสำเร็จตามที่ต้องการ คือสมประสงค์จะต้องการอะไรได้หมด
๔. สิทธัตถะ, เจ้าชายสิทธัตถะ, พระสิทธัตถะ พระนามเดิมของพระพุทธเจ้าก่อนเสด็จออกบรรพชา
๕. พระมหาบุรุษ หมายถึง บุรุษผู้ยิ่งใหญ่เป็นคำใช้เรียกพระพุทธเจ้าเมื่อก่อนตรัสรู้
๖. โคดม, โคตมะ, พระโคดม,พระโคตมะ, พระสมณโคดม, โคดมพระพุทธเจ้า หมายถึง ชื่อตระกูลของพระพุทธเจ้า มหาชนเรียกพระพุทธเจ้าตามพระโคตรของพระองค์
๗. ตถาคต พระนามอย่างหนึ่งของพระพุทธเจ้า เป็นคำที่พระพุทธเจ้าทรงเรียกหรือตรัสถึงพระองค์เอง แปลได้ความหมาย ๘ อย่างคือ ๑. พระผู้เสด็จมาแล้วอย่างนั้น ๒. พระผู้เสด็จไปแล้วอย่างนั้น ๓. พระผู้เสด็จมาถึงตถลักษณะ ๔. พระผู้ตรัสรู้ตถธรรมตามที่มันเป็น ๕. พระผู้ทรงเห็นอย่างนั้น ๖. พระผู้ตรัสอย่างนั้น ๗. พรุผู้ทำอย่างนั้น ๘. พระผู้เป็นเจ้า
๘. ตถาคตโพธิสัทธา หมายถึง เชื่อปัญญาตรัสรู้ของพระตถาคต
๙. ธรรมกาย หมายถึง ผู้มีธรรมในกาย เป็นพระนามอย่างหนึ่งของ พระพุทธเจ้า
๑๐. ธรรมราชา คือพระราชาแห่งธรรม หมายถึงพระพุทธเจ้า
๑๑. ธรรมสวามิศร, ธรรมสามิสร คือผู้เป็นใหญ่โดยฐานเป็นเจ้าของธรรม หมายถึง พระพุทธเจ้า
๑๒. ธรรมสามี คือ ผู้เป็นเจ้าของธรรม เป็นคำเรียกพระพุทธเจ้า
๑๓. ธรรมิศราธิบดี คือ ผู้เป็นอธิปดีโดยฐานเป็นใหญ่ในธรรมเป็นคำกวีหมายถึงพระพุทธเจ้า
๑๔. บรมศาสดา, พระบรมศาสดา คือ ศาสดาที่ยอดเยี่ยม พระผู้เป็นครูสูงสุด พระบรมครู หมายถึง พระพุทธเจ้า
๑๕. พระผู้มีพระภาคเจ้า หมายถึง พระนามของพระพุทธเจ้า
๑๖. พระพุทธเจ้า คือ พระผู้ตรัสรู้เองโดยชอบ แล้วสอนผู้อื่นให้รู้ตาม, ท่านผู้รูดีรู้ชอบด้วยตนเองก่อนแล้ว สอนประชุมชนให้ประพฤติชอบด้วยกาบ วาจา ใจ
๑๗. พระศาสดา หมายถึงผู้สอนเป็นพระนามเรียกพระพุทธเจ้า
๑๘. พระสมณโคดม เป็นคำที่คนภายนอกนิยมใช้เมื่อกล่าวถึงพระพุทธเจ้า
๑๙. พระสัมพุทธเจ้า, พระสัมมาสัมพุทธเจ้า, พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้า, สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า คือ พระผู้ตรัสรู้เอง หมายถึงพระพุทธเจ้า
๒๐. ภควา คือ พระนามของพระพุทธเจ้า แปลว่า ทรงเป็นผู้มีโชค คือหวังพระโพธิญาณก็ได้สมหวัง ประกาศพระศาสนาก็ชักจูงผู้คนให้ได้บรรลุธรรมสมปรารถนา มีผู้คิดร้ายก็ไม่อาจทำร้ายได้ คำแปลอีกนัยหนึ่งว่า ทรงเป็นผู้จำแนกแจกธรรม
๒๑. มหาสมณะ พระนามหนึ่งสำหรับเรียกสมเด็จพระสัมพุทธเจ้า
๒๒. โลกนาถ, พระโลกนาถ เป็นที่พึ่งแห่งโลก หมายถึงพระพุทธเจ้า
๒๓. สยัมภู, พระสัมภู พระผู้เป็นเอง คือตรัสรู้ได้เองโดยไม่มีใครสั่งสอน หมายถึง พระพุทธเจ้า
๒๔. สัพพัญญู, พระสัพพัญญูสัมพุทธเจ้า หมายถึง ผู้รู้หมด,ผู้รู้ทุกสิ่งทุกอย่าง คือ พระนามของพระพุทธเจ้า
๒๕. พระสุคต, พระสุคโต หมายถึง ผู้เสด็จไปดีแล้ว เป็นพระนามของพระพุทธเจ้า

ที่มาวัดบ้านทุ่งเสรี

สติเป็นที่แล่นไปสู่วิมุตติ  

14

กระทู้

3

เพื่อน

3231

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
1268
ความดี
987
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-8-2014
โพสต์เมื่อ 6-6-2014 21:52:31 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กันตัง เมื่อ 8-6-2014 13:14

เข้าใจแล้วค่ะว่าทำไมถึงบอกว่าเป็นคำแต่งใหม่ จริงๆแล้วไม่ใช่คำแต่งใหม่อะไรหรอกค่ะ พอไปไล่อ่านๆดู เป็นคำพูดของพระเถระแต่ละรูปที่ได้เล่าประสบการณ์ของตนให้ฟังค่ะ แต่หลายๆ รูป ก็ได้เล่าไว้ถึงที่มาของชื่อพระองค์ได้ตรงกัน ก็อย่างทีสันนิษฐานไว้ล่ะค่ะว่า ทุกคนเป็นพระเถระทรงจำคำของพระพุทธเจ้ามา และในส่วนเถราปทาน ก็มีวิธีเล่าที่แตกต่างกัน
ถ้าหากเป็นคำแต่งใหม่ พระเถระหลายรูปคงบอกชื่อไปต่างๆนาๆเป็นแน่ เรื่องนี้ถึงแม้จะไม่มีพระสูตรที่ไม่มีวลีคำว่า ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย โดยส่วนตัวของดิฉันก็เชือว่า สมณะโคดม คือ เจ้าชายสิทธัตถะค่ะ
ใน e-tipitika พจนานุกรม ให้ความหมายดังนี้
สิทฺธตฺถ (ปุ.) สิทธัตถะ (ผู้มีความต้องการอะไรก็สำเร็จ) เป็นพระนามเดิมของพระพุทธเจ้าพระองค์นี้ และใช้เป็นพระนามเมื่อตรัสรู้แล้วด้วย. วิ. สพฺพโส สิทฺธา อตฺถา เอเตน เหตุภเตนาติ สิทฺธตฺโถ.
สติเป็นที่แล่นไปสู่วิมุตติ  

8

กระทู้

0

เพื่อน

621

เครดิต

แบนห้ามเข้า

บล็อก
0
สตางค์
344
ความดี
141
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
6-7-2016
โพสต์เมื่อ 6-6-2014 22:05:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
หมายเหตุ: ผู้โพสต์ถูกแบนหรือถูกลบ โพสต์นี้ถูกปิดโดยอัตโนมัติ

14

กระทู้

3

เพื่อน

3231

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
1268
ความดี
987
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-8-2014
โพสต์เมื่อ 8-6-2014 13:17:37 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กันตัง เมื่อ 11-6-2014 13:04

มาดูรายชื่อพระเถระที่เป็นพระอรหันต์ กล่าวเล่าประวัติของตนและกล่าวถึงพระนามของพระพุทธเจ้าว่า สิทธัตถะ
กณเวรปุปผิยเถร            กัปปรุกขิยเถร              กิงสุกปูชกเถร            กิลัญชทายกเถร                กิสลยปูชกเถร
กุฏิธูปกเถร                    คตสัญญกเถร             คันธธูปิยเถร               คันธมาลิยเถร                   จังโกฏกิยเถร
จุนทเถร                   ชวหังสกเถร                ญาณสัญญิกเถร          ตาลผลิยเถร/สตรังสี          ติณสันถารทายกเถร
ติมิรปุปผิยเถร               ติรังสิยเถร                   ทุสสทายกเถร           ธรรมจักกิกเถร                    ธาตุปูชกเถร๑
ธาตุปูชกเถร๒
                 ธูปทายกเถร                  นาลิปุปผิยเถร            ปทปูชกเถร                    ปรรณทายกเถร๑
ปรรณทายกเถร๒             ปรัปปสาทกเถร               ปัจจุคคมนิยเถร          ปุปผฉัตติยเถร               ปุปผาสนทายกเถร
พุทธสัญญกเถร๑            พุทธสัญญิกเถร๒            โพธิฆรการกเถร           ภิกขทายกเถร                   มธุปิณฑิกเถร
มรรคทายกเถร             มัจฉทายกเถร                 มัญจทายกเถร           เมขลทายิกาเถรี                ยัญญสามิกเถร
วนโกรัณฑิยเถร            สยนทายกเถร                สัททสัญญกเถร            สัปปิทายกเถร                 สัมปสาทิกเถร
สีหาสนทายกเถร          สุธาปิณฑิยเถร              สุมนตาลวัณฏิยเถร๑       สุมนตาลวัณฏิยเถร๒           โสปากเถร
หัตถิทายกเถร              อังโกลกเถร                 อัชเชลผลทายกเถร         อันนสังสาวกเถร             อัมพปิณฑิยเถร
อากาสุกขิปิยเถร          อารักขทายกเถร             อุตติยเถร                     อุทกทายกเถร                  อุปัฏฐายิกเถร
อุมมาปุปผิยเถร๑             อุมมาปุปผิยเถร๒         เอกถัมภิกเถร               เอกทีบียเถร
รายชื่อเหล่านี้ไม่ทราบว่า อยู่ในยุคพระพุทธเจ้าหรือเปล่านะคะ แต่จุนทเถรก็น่าจะเชื่อได้ว่าอยู่ในยุคเดียวกัน
รายชื่อเหล่านี้ก็กล่าวพระนามว่า สิทธัตถะทั้งหมดค่ะ แล้วจะมีประโยชน์อะไรที่ท่านจะต้องแต่งชื่อพระพุทธเจ้าใหม่
สติเป็นที่แล่นไปสู่วิมุตติ  

5

กระทู้

0

เพื่อน

229

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
125
ความดี
53
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-9-2014
โพสต์เมื่อ 9-6-2014 02:13:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เอาให้แน่ ภิกขุ คึกฤทธิ์ ว่าแต่งใหม่ไม่ใช่หรือ  ระวังขัดกันเอง

แสดงความคิดเห็น

กันตัง  ความถูกต้องก็คือความถูกต้อง ไม่ต้องขัดกับอะไร ก็หาเหตุผลมาตอบกันได้  โพสต์เมื่อ 9-6-2014 11:38

14

กระทู้

3

เพื่อน

3231

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
1268
ความดี
987
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-8-2014
โพสต์เมื่อ 9-6-2014 11:42:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย กันตัง เมื่อ 10-6-2014 20:43

สูตรนี้ไม่มีคำว่า ดูกรภิกษุทั้งหลาย แต่มีคำว่า ดูกรกุมาร
ยัญญสามิกเถราปทานที่ ๔ (๓๒๔)
                 ว่าด้วยผลแห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า
     [๓๒๖] เรามีอายุได้ ๗ ปีแต่กำเนิด เป็นผู้รู้จบมนต์ ได้ดำรงวงศ์สกุล เรา ตระเตรียมพิธีบูชายัญในกาลนั้น เราจะฆ่าสัตว์เลี้ยง ๘๔,๐๐๐ ตัว และให้ผูกเข้าไว้ที่หลักไม้แก่น ตระเตรียมเพื่อประโยชน์แก่ยัญ พระสัมพุทธเจ้าพระนามว่าสิทธัตถะ มีพระประสงค์สำเร็จทุกอย่าง ทรงมีประโยชน์ ใหญ่หลวงแก่โลก ๓ ร่าเริงดังปากเบ้า มีพระรัศมีสุกสะกาวเช่นกับ ถ่านเพลิงไม้ตะเคียน ดังพระอาทิตย์อุทัย เหมือนพระจันทร์วันเพ็ญ เสด็จเข้ามาหา (เรา) แล้วได้ตรัสพระดำรัสนี้ว่า
ดูกรกุมาร ความไม่เบียด เบียนสัตว์ทั้งปวง การงดเว้นจากความเป็นขโมย การประพฤตินอกใจ และการดื่มน้ำเมา ความยินดีในการประพฤติสม่ำเสมอ พาหุสัจจะ และ ความเป็นผู้กตัญญู เราชอบใจธรรมเหล่านี้ บัณฑิตพึงสรรเสริญทั้งใน  ปัจจุบันและอนาคต ท่านเจริญธรรมเหล่านี้ ยินดีในความเกื้อกูลแก่สัตว์  ทั้งปวง ยังจิตให้เลื่อมใสในพระพุทธเจ้าแล้ว จงเจริญมรรคอันสูงสุด  พระสัพพัญญู เชษฐบุรุษของโลก ประเสริฐกว่านระ ตรัสดังนี้
ครั้นทรง พร่ำสอนเราอย่างนี้แล้ว เสด็จเหาะขึ้นสู่เวหาสไป เราชำระจิตให้บริสุทธิ์ก่อนแล้ว ยังจิตให้เลื่อมใสในภายหลัง ด้วยความเลื่อมใสแห่ง จิตนั้น เราได้เข้าถึงชั้นดุสิต ในกัลปที่ ๙๔ แต่กัลปนี้ เรายังจิตให้ เลื่อมใสในกาลใด ด้วยกรรมในกาลนั้น เราไม่รู้จักทุคติเลย นี้เป็นผล        แห่งสัญญาในพระพุทธเจ้า คุณวิเศษเหล่านี้ คือ ปฏิสัมภิทา ๔ วิโมกข์ ๘  และอภิญญา ๖ เราทำให้แจ้งชัดแล้ว พระพุทธศาสนาเราได้ทำเสร็จแล้ว ดังนี้.
     ทราบว่า ท่านพระยัญญสามิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล.
                    จบ ยัญญสามิกเถราปทาน.
โดยความเห็นส่วนตัว ถ้าจะให้วิเคราะห์ ประโยคที่ว่า"ทราบว่า ท่านพระยัญญสามิกเถระได้กล่าวคาถาเหล่านี้ ด้วยประการฉะนี้แล." น่าจะต่อเติมเข้ามาภายหลัง ซึ่งอาจจะเป็นใครสันนิษฐานไว้ว่าใครเคยกล่าวเถรปทานนี้ หรืออาจเป็นการจัดหัวข้อธรรม(แต่มีเค้าเงื่อนเดิม)จึงเติมประโยคนี้เข้าไป แต่ไม่ทราบว่าเป็นการสังคายนาครั้งที่เท่าไหร่ (เป็นความเห็นส่วนตัวเท่านั้น ไม่ขอยืนยันความถูกต้อง เกิดไม่ทันค่ะ)
สติเป็นที่แล่นไปสู่วิมุตติ  

5

กระทู้

0

เพื่อน

229

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
125
ความดี
53
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
18-9-2014
โพสต์เมื่อ 16-6-2014 00:47:03 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 15-12-2018 07:01 , Processed in 0.110091 second(s), 5 queries , Apc On.

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน