กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1461|ตอบกลับ: 1

สติของเทวดา

[คัดลอกลิงก์]

28

กระทู้

1

เพื่อน

622

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
463
ความดี
92
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-7-2015
โพสต์เมื่อ 20-10-2013 09:32:10 |ดูโพสต์ทั้งหมด
มนุษย์มีดีกว่าเทวดาคือ 1.เป็นผู้มีสติ  2.เป็นผู้กล้า   3.เป็นผู้อยู่ประพฤติพรหมจรรย์อันเยี่ยม
เทวดามีดีกว่ามนุษย์ คือ 1.เป็นผู้ไม่มีทุกข์  2.เป็นผู้ไม่หวงกั้น  3.เป็นผู้ที่มีอายุแน่นอน

   ได้ฟังพระอาจารย์พูดอยู่เนืองๆ เรื่องการบรรลุธรรมของเทวดา ว่า ถึงแม้การระลึกถึงบทแห่งธรรมของเทวดาเป็นไปได้ช้า แต่เขาก็จะระลึกได้เอง    *** ขอสอบถามว่า ทำไมสติของเทวดาจึงระลึกได้ช้า*** ขอบคุณคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 20-10-2013 10:41:33 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 20-10-2013 11:15

สติ เป็นสิ่งที่คอยปกป้องจิต คอยอารักขาจิต
ใจอันมีสติคอยอารักขาอยู่อย่างนี้
พระศาสดาทรงตรัสว่า เป็นผู้คุ้มครองในทวารอินทรีย์ทั้งหลาย ๕ ประการ อันได้แก่ ตา หู จมูก ลิ้น กาย
โดยใจ  (จิต หรือ วิญญาณ) นั้นย่อมเป็นที่แล่นไปสู่อินทรีย์ทั้งหลายเหล่านี้
ใจย่อมเสวยซึ่งโคจรและวิสัยของอินทรีย์เหล่านี้อยู่
สตินั้นเป็นที่แล่นไปสู่ใจ สติจึงเป็นเครื่องอารักขาของใจ
ส่วนวิมุตตินั้นมีสติเป็นที่แล่นไปสู่ ด้วยประการนี้
สติเป็นเครื่องกั้นกระแสธรรมทั้งหลาย โดยกระแสเหล่านั้นปิดได้ด้วยปัญญา

******************************************
คำถาม

เพราะเทวดานั้นมีอายตนะ ทั้งหลายเป็นที่มายินดี
ย่อมเพลิดเพลินอยู่ในอายตนะทั้งหลายเหล่านั้น โดยความเป็นตน
อายตนะ คือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ
อายตนะ คือ รูป เสียง กลิ่น รส สัมผัส ธรรมารมณ์
เป็นสิ่งที่เป็นทิพย์ เป็นที่มายินดี เป็นความอาลัย เป็นความสยบมัวเมา
เมื่อเพลินเพลินอยู่ในอายตนะอันเป็นทิพย์เหล่านั้น
เพราะอาศัยซึ่งผัสสะ ย่อมมีเวทนาอันเป็นสุขโดยถ่ายเดียว (สุขทิพย์)
ราคานุสัยย่อมเกิดขึ้น ตามนอนเนืองอยู่ในเทวดานั้นอันถูกต้องด้วยราคะนั้น
แต่สิ่งอันเป็นทิพย์เหล่านั้นก็เป็นอนัตตา ถึงความแปรปรวนไปเป็นที่สุด
ปฏิฆานุสัยย่อมเกิดขึ้น ตามนอนเนืองอยู่ในเทวดานั้นอันถูกต้องด้วยปฏิฆะนั้น
เมื่อเสวยเวทนาอันใดอยู่
ย่อมตรึกถึงซึ่งเวทนาอันนั้น
เมื่อตรึกถึงเวทนาใดอยู่ ก็ย่อมเนิ่นช้าซึ่งเวทนานั้น
เมื่อเนิ่นช้าซึ่งเวทนาใด สัญญาเครื่องเนิ่นช้าย่อมครอบงำอยู่

พระศาสดาทรงตรัสเช่นนี้ ว่า เป็นเครื่องทำความเนิ่นช้าย่อมยังสัตว์ให้ผูกพันอยู่ด้วยสังโยชน์ ๗ ประการนั้น
แต่บุคคลผู้ได้สดับและสั่งสมสุตะเป็นอย่างดี คล่องปากขึ้นใจ แทงตลอดอย่างดีด้วยความเห็นถูกต้องแล้ว
แม้จะหลงลืมทำกาละไป ก็ยังได้ไปบังเกิดเป็นเทวดา เพราะอนุสัยที่เสพในสิ่งเป็นกุศลไว้มาก
เมื่อตรึกตรองไปถึงธรรมใดมาก ก็ย่อมมีใจน้อมไปข้างวิตกในธรรมนั้นๆ
สติของเทวดาแม้จะเกิดได้ช้าเพราะติดอยู่ในอายตนะทั้งหลายอันเป็นทิพย์
แต่การบรรลุธรรมย่อมเกิดได้เร็วพลันครั้นเป็นผู้่ได้เฉพาะซึ่งสตินั้นแล้ว
เขาย่อมเห็นถึงธรรมทั้งหลายมีความแปรปรวนไปอยู่อย่างนี้
สติจึงเป็นเครื่องกั้นกระแสธรรมทั้งหลายเหล่านี้
กระแสธรรมทั้งหลายเหล่านี้ ถูกปิดได้ด้วยปัญญา ดังนี้
การบรรลุคุณวิเศษที่ยิ่งขึ้นไปย่อมมีด้วยอาการนี้ครับ
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 20-9-2019 10:24 , Processed in 0.071371 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน