กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 4947|ตอบกลับ: 7

เกี่ยวกับพระจูลปันถก

[คัดลอกลิงก์]

15

กระทู้

0

เพื่อน

226

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
142
ความดี
48
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
3-3-2019
โพสต์เมื่อ 6-6-2013 00:18:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ผมอ่านมาแล้วว่า  พระจูลปันถก ต้องการจะศึกออกไปจากการบวช เพราะไม่สามารถจำบทสวดที่พระพี่ชาย(มหาปันถก) สอนได้เลยแม้จะเรียนมาแล้วกว่า 4 เดือน  ต่อมาพระพุทธเจ้าทรงเมตาให้ท่องมนต์ บทที่ว่า "รโชหะรนัง ระชังหะระติ "  อันนี้ผมหาในโปรแกรม พบชื่อ พระจูลปันถก  แต่หาพระสูตรที่ พระจูลปันถก พบพระพุทธเจ้าไม่พบครับ   และ จะขอโอกาส สอบถามท่านผู้รู้ว่า แบบนี้พระพุทธเจ้าทรงแนะนำการบริกรรม หรือ การกล่าวบ่อย ๆ  เนื่องจากพระองค์ทรงทราบอินทรีย์ของพระจูลปันถก ว่าต้องสอนแบบนั้นจึงจะสามารถบรรลุได้    // และผมได้ฟังจาก CD ของหลวงพ่อว่า พระพุทธเจ้าไม่เคยสอนให้บริกรรม หรือ ท่อง มันตรา เลยตลอดพระชนม์  (ขอกราบขอ ขมา มา ณ โอกาศนี้  คำถามเพียงเพื่อหาคำตอบเท่านั้น   )  ขอบพระคุณครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 6-6-2013 06:45:01 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 6-6-2013 07:06

ในเรื่องนี้เป็นสาวกภาษิตขึ้นครับ ไม่ได้มีพระศาสดาทรงรับรองไว้ และบริบทถึงเนื้อเรื่องกล่าวยกขึ้นลอยๆ ไม่มีคำว่า ดูกร ภิกษุ ท. !
และจากต้นเรื่องในพระไตรปิฏกก็กล่าวไว้แล้วว่า เถร-เถรี คาถา ครับ

                                                      จูฬปันถกเถรคาถา
                                         คาถาสุภาษิตของพระจูฬปันถกเถระ
                         [๓๗๓] เมื่อก่อน ญาณคติเกิดแก่เราช้า เราจึงถูกดูหมิ่น และพี่
                ชายจึงขับไล่เราว่า จงกลับไปเรือนเดี๋ยวนี้เถิด เราถูกพี่ชายขับไล่แล้ว
                ไปยืนร้องไห้อยู่ที่ใกล้ซุ้มประตูสังฆาราม เพราะยังมีความอาลัยในศาสนา
                พระผู้มีพระภาคได้เสด็จมา ณ ที่นั้น ทรงลูบศีรษะเรา ทรงจับแขนเรา
                พาเข้าไปสู่สังฆาราม พระศาสดาทรงอนุเคราะห์ ประทานผ้าเช็ดพระบาท
                ให้แก่เรา ตรัสว่า จงอธิษฐานผ้าสะอาดผืนนี้ให้ตั้งมั่นดีโดยมนสิการว่า
                รโชหรณํๆ ผ้าสำหรับเช็ดธุลีๆ จงตั้งจิตให้มั่น นั่ง ณ ที่ควรข้างหนึ่ง
                เราฟังพระดำรัสของพระองค์แล้ว เกิดความยินดีในศาสนา ได้
                บำเพ็ญสมาธิให้เกิดขึ้นเพื่อบรรลุประโยชน์อันสูงสุด เราระลึกถึงชาติก่อนๆ ได้
                                  ชำระทิพยจักษุให้หมดจดแล้ว ได้บรรลุวิชชา ๓
                คำสั่งสอนของพระพุทธเจ้า เราได้ทำสำเร็จแล้ว พระจูฬปันถก
                เถระได้เนรมิตตนขึ้นพันหนึ่ง นั่งอยู่ที่ชีวกัมพวันอันรื่นรมย์ จนถึง
                เวลาเขามาบอกนิมนต์ ครั้งนั้น พระศาสดาทรงส่งทูตไปบอกเวลา
                ภัตตาหารแก่เรา เมื่อทูตบอกเวลาภัตตาหารแล้ว เราได้เข้าไป
                เฝ้าโดยอากาศ ถวายบังคมพระยุคลบาทของพระศาสดาแล้ว นั่ง
                ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ลำดับนั้น พระศาสดาทรงรับรองเราผู้
                ถวายบังคมแล้วนั่งอยู่ เราเป็นผู้ควรบูชาของโลกทั้งปวง เป็นผู้
                ควรรับของอันเขานำมาบูชา เป็นนาบุญแห่งหมู่มนุษย์ ได้รับ
                ทักษิณาทานแล้ว
                                  พระไตรปิฎก ฉบับบาลีสยามรัฐ (ภาษาไทย) เล่มที่ ๒๖
                                  พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๘ ขุททกนิกาย วิมาน-เปตวัตถุ เถร-เถรีคาถา
*****************************************************

แสดงความคิดเห็น

A-KiT  เป็นเรื่องที่จูฬปันถกเถระเป็นผู้เล่าเรื่องนี้ด้วยตนเองรึป่าวครับ  โพสต์เมื่อ 22-7-2014 14:47

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 6-6-2013 07:06:29 |ดูโพสต์ทั้งหมด

การทำจิตให้ตั้งมั่น กล่าวคือ สมถะ นั้น หมายถึงมีจิตฝังลงแน่นในสิ่งใดสิ่งหนึ่งอยู่ ในกุศลธรรมทั้งหลาย
ก็เรียกว่า กระทำให้จิตตั้งอาศัยอยู่ในนิมิตอันเป็นที่ตั้งแห่งความเลื่อมใสอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ได้
ก็ถือว่ากระัทำได้ครับ หากจะนึกถึงคุณของพระพุทธเจ้า ก็ควรเป็นไปในลักษณะ พุทธานุสสติ เป็นต้น
(เช่นบทสวด พุทธคุณ ที่เรามักคุ้นเคยกันครับ) การจะท่องบน คำบริกรรม เช่น พุท โธ ๆ
หากจิตไม่น้อมไปยังพุทธานุสสติแล้ว ถึงท่องบ่น อย่างอื่น เช่น กระ โถน ๆ ก็จะไม่ต่างจากการท่อง พุท โธ ๆ
เพราะใจไม่ได้น้อมไปในสิ่งนั้นอันก่อให้เกิดความเลื่อมใสได้
พระศาสดาทรงตรัสว่า บุคคลแม้กำลังเจริย สติปัฏฐานอยู่
หากมีจิตฟุ้งซ่าน หดหู่ หรือ ถูกกลุ้มรุมทำให้เกิดอารมณ์เร่าร้อนทางกายเกิดขึ้นก้ดี
พระองค์ให้เราพึงกระทำจิตเข้าไปตั้งอาศํยอยู่ในนิมิต(เครื่องหมายที่กระทำไว้ในใจ -มนสิการ)
ที่เป็นที่เลื่อมใสอย่างใดอย่างหนึ่งอยู่ จะทำให้จิตนั้น
เกิดปราโมทย์ ปิติย่อมเกิดแก่ผู้มีจิตปราโมทย์อยู่
กายของผู้มีใจปีติ ย่อมระงับ
ผู้มีกายระงับ ย่อมเสวยสุข
จิตของผู้มีสุข ย่อมตั้งมั่น
เมื่อความตั้งมั่นเกิดขึ้นแล้ว ประโยชน์ใดที่เรามนสิการถึงเรื่องนี้แล้ว
ประโยชน์นั้นตนพึงกระทำบรรลุได้แล้ว
ก็พึงถอนความวิตก วิจาร ในเรื่องนี้อยู่ออกเสีย
อันไม่มีวิตก วิขาร มีแต่ ปิติ สุขอันเกิดจากภายในสมาธิแล้วนั้น
นี้จะเป้นฐานะที่พึงมีได้ สำหรับผู้จะมนสิการถึงสิ่งใดสิ่งหนึี่งอยู่
ในสมาธิที่จิตนั้นยังไม่ตั้งมั่นได้
ด้วยความเร่าร้อนอันเกิดจากภายในหรือภายนอกที่มีในกายและจิตของผู้นั้น
ถึงความรำงับไปได้ด้วยวิธีนี้

15

กระทู้

0

เพื่อน

226

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
142
ความดี
48
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
3-3-2019
โพสต์เมื่อ 6-6-2013 11:01:39 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ถ้าเช่นนั้นก้หมายความว่า พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้สาวกใช้นิมิตร เพื่อระงับความฟุ้งของจิตร
และถ้าผมต้องการศึกษาเกี่ยวกับสมาธิที่พระพุทธเจ้าทรงแนะไว้ ควรไปศึกษาจากที่ใดครับ
(ตัวผมตอนนี้ยังทิ้งหนังสือ หรือถ้อยคำครูอาจารย์ไม่ได้ แต่เมื่อไรที่ผมหาข้อสรุปกับเรื่องใดไม่ได้ ผมจะกลับ
มาที่พุทธวัจนครับ ผมมำแบบนี้ได้ใช้ไหมครับ ผมได้ฟังครูอาจารย์ที่ปฎิบัติดีเป้นสุปติปันโน แล้ว
พบว่าสอดคล้องกับพุทธวัจนะ ผมก้จะเลือกฟังต่อ แต่หากฟังแล้วไม่สอดคล้องกับพุทธวัจนะผมก้จะทิ้งไป
ครับ) ฟังเสียงหลวงพ่อแล้วไอตลอดคงใช้เสียงมากขอให้หลวงพ่อหายป่วยไวๆ ครับ และผมจะฝึกใช้โปรแกรมให้
คล่องโดยเร็วครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 7-6-2013 17:40:38 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 7-6-2013 18:01
mcat009 ตอบกลับเมื่อ 6-6-2013 11:01
ถ้าเช่นนั้นก้หมายความว่า พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้สาว ...

คำถาม
พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้สาวกใช้นิมิตร เพื่อระงับความฟุ้งของจิตร
สำหรับผู้มีจิตฟุ่งซ่าน จิตหดหู่ มีความกระวนกระวายทางกายอันเ่ร่าร้อน
ขณะปฏิบัติ อานาปานสติ (สติปัฏฐาน ๔)
ก็ทรงแนะนำ เช่นนั้นได้ครับ โดยให้นึกถึงสิ่งที่เลื่อมใสอย่างใดอย่างหนึ่งก่อน

ถ้าผมต้องการศึกษาเกี่ยวกับสมาธิที่พระพุทธเจ้าทรงแนะไว้ ควรไปศึกษาจากที่ใดครับ

ศึกษาจากพระไตรปิฏก ในส่วนของ พุทธวจน เช่นข้อความที่กล่าวนำว่า ดูกร ภิกษุ ท.!
หรือศึกษา ๕ เล่มจากพระโอษฐ์ ของท่านพุทธทาส
หรือ 11 เล่มเล็กที่ คณะวัดนาป่าพง จัดทำขึ้น

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 7-6-2013 17:47:27 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 7-6-2013 17:55
mcat009 ตอบกลับเมื่อ 6-6-2013 11:01
ถ้าเช่นนั้นก้หมายความว่า พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้สาว ...

คำถาม
ตัวผมตอนนี้ยังทิ้งหนังสือ หรือถ้อยคำครูอาจารย์ไม่ได้
แต่เมื่อไรที่ผมหาข้อสรุปกับเรื่องใดไม่ได้
ผมจะกลับมาที่พุทธวัจนครับ ผมทำแบบนี้ได้ใช้ไหมครับ


แล้วท่านผู้ถามจะมั่นใจได้อย่างไรทีั่ครูอาจารย์ ที่ท่านศึกษานั้น
กล่าวตรงกับพุทธวจน หรือไม่ (แต่ท่านกลับคิดไปแล้วว่า ตรง)

ผมว่าเป็นการเสียเวลาที่ศึกษาคำของครูอาจารย์ ซึ่งไม่ใช่สัพพัญญู
เป็นสาวกผู้เดินตามมาภายหลัง ไม่มีคำของครูอาจารย์ใดๆทั้งนั้น
เพราะ สาวก คือผู้ฟังคำสั่งสอนของศาสดา ซึ่งศาสดาเป็นผู้บัญญัติคำสอนนั้น
หากจะฟังคำของสาวก สาวกนั้นต้องนำคำของศาสดามากล่าวครับ

เราผู้ปฏิบัติตาม จะเสียเวลาโดยเปล่าเพราะศึกษาแต่คำแต่งใหม่ที่ไม่รู้ว่า
จะตรงกับพุทธวจน หรือไม่ หากตรงก็เป็นความโชคดีของเราไป
แต่หากไม่ตรง แต่เราไปคิดว่าตรง เพราะความไม่ได้ศึกษาว่า สิ่งทีี่ตรงคืออะไร
จะทำให้่เราหลงไปศึกษาอยู่นาน
แท้จริงแล้ว สิ่งที่ถูกต้องตรงจริง
มีให้ศึกษาอยู่ก่อนหน้าแล้วครับ

ท่านศรัทธาใคร และใครคือ คนที่ท่านศรัทธา
ท่านจะสั่งสมสุตะ เล่าเรียนจาก คนๆนั้น ที่ท่านศรัทธา

แต่พระองค์ทรงตรัสว่า ให้ศรัทธาในตถาคตผู้อรหันตสัมมาสัมพุทธะ
แล้วสัรทธาของท่าน มีเพียงหนึ่งเดียวคือหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว
หรือศรัทธาของท่านมีมากกว่านั้นครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 7-6-2013 17:58:35 |ดูโพสต์ทั้งหมด
mcat009 ตอบกลับเมื่อ 6-6-2013 11:01
ถ้าเช่นนั้นก้หมายความว่า พระพุทธเจ้าทรงแนะนำให้สาว ...
คำถาม
ผมได้ฟังครูอาจารย์ที่ปฎิบัติดีเป้นสุปติปันโน แล้วพบว่าสอดคล้องกับพุทธวัจนะ
ผมก้จะเลือกฟังต่อ แต่หากฟังแล้ว
ไม่สอดคล้องกับพุทธวัจนะผมก้จะทิ้งไปครับ

สาธุ...ครับ การที่ท่านผู้ถาม จะทราบได้่ว่า
ครูอาจารย์ท่านใด กล่าวคำศาสดา
ท่านผู้ถามจะต้องศึกษาในคำของศาสดา สั่งสมสุตะในคำของพระองค์
แล้วท่านจะแตกฉานในคำของศาสดาและคำที่สาวกนำมากล่าว
ท่านจะทราบดีด้วยตนเองว่า สาวกที่นำคำเหล่านั้นมากล่าว เป็นพุทธวจน ครับ

15

กระทู้

0

เพื่อน

226

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
142
ความดี
48
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
3-3-2019
โพสต์เมื่อ 8-6-2013 16:32:13 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอบพระคุณอย่างสูงครับ  
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 17-9-2019 05:13 , Processed in 0.156290 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน