กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1592|ตอบกลับ: 4

ผู้เกิดใหม่เป็นอวิชาของใคร

[คัดลอกลิงก์]

28

กระทู้

1

เพื่อน

622

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
463
ความดี
92
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-7-2015
โพสต์เมื่อ 3-4-2013 18:23:58 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ได้อ่านหนังสือภพภูมิ  เรื่องการเกิดหรือการได้อัตภาพใหม่ของมนุษย์  ก็คือ บิดาและมารดาอยู่ร่วมกันและมารดาได้ผ่านการมีระดู แล้วมีคันทัพพะเขามาอาศัย  จึงทำให้มีการเกิดขึ้นของสังขารใหม่ เป็นทารก หรือเป็นคนขึ้นมา
         ในสายปฎิจจสมุปบาท  กล่าวไว้ว่า เพราะมีอวิชาเป็นปัจจัย  จึงเป็นเหตุให้มีสังขาร
ขอความรู้หน่อยครับว่า  "สังขารที่เกิดขึ้นมาให่นั้น เป็นอวิชาของพ่อ แม่ หรือลูก ครับ

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-4-2013 22:16:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อวิชชาถึงความเจริญพร้อมได้เพราะอาศัยเหตุปัจจัยในการให้ถึงพร้อม
แต่สัตว์นั้นที่มีอวิชชาเพราะความไม่รู้ในอริยสัจ ๔
จึงมีตัณหาเป็นดุจข่ายเครื่องคลุมสัตว์
ซึ่งความบริบูรณ์ถึงพร้อมของตัณหามีได้ เพราะอาศัยอาหารได้แก่อวิชชา
อวิชชานั้นเป็นอาหารของภวตัณหา (ความอยากในการสร้างภพ)
นั่นคือ อวิชชาที่บริบูรณ์ ย่อมยังภวตัณหาให้บริบูรณ์

สัตว์ผู้มีอวิชชาเป็นเครื่องกั้น อันไม่รู้ซึ่งอริยสัจ ๔
ย่อมยังความอยากในการสร้างภพ(ภวตัณหา) ให้ถึงซึ่งความบริบูรณ์
ความมี ภพ ชาติ ชรา มรณะ ย่อมมีแก่สัตว์ผู้เกิดแล้วอย่างนี้

หากจะบัญญัติสิ่งใดขึ้นมาให้เป็นสัตว์ เพราะถือเอา รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ กลุ่มใดขึ้นมาก็ได้
สัตว์ย่อมกำหนัด(ราคะ) ในวิญญาณ และถือเอาวิญญาณที่เข้าไปตั้งอาศัยในนามรูปโดยความเป็นตัวตน
เพราะความไม่รู้ใด อันทำความเกิดใหม่ให้เป็นปกติ
เป็นไปกันกับด้วยความกำหนัดเพราะความเพลิน มักเพลินอย่ายิ่งในอารมณ์นั้น
เมื่อวิญญาณมีอยู่ ตั้งอยุ่ได้ เจริญงอกงามในที่ใด
การก้าวลงแห่งนามรูปย่อมมีในที่นั้น
การก้าวลงแแห่งนามรูปมีในที่ใด
ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลายก็ย่อมมีอยู่ในที่นั้น
ความเจริญแห่งสังขารทั้งหลายมีอยู่ในที่ใด
การบังเกิดขึ้นแห่งภพใหม่ก็ย่อมมีอยู่ในที่นั้น
การบังเกิดแห่งภพใหม่มีอยู่ในที่ใด
ชาติ ชรา มรณะ ก็ย่อมมีอยู่ในที่นั้น
เพราะเหตุนี้ สัตว์จึงเกิดบ้าง จึงแก่บ้าง จึงตายบ้าง
จึงจุติบ้าง จึงอุบัติบ้าง
คลองแห่งการเรียก พูดจา และบัญญัติ ก็มีเพียงเท่านี้
นามรูปพร้อมทั้งวิญญาณตั้งอยู่เพื่อการบัญญัติซึ่งความเป้นอย่างนี้

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 3-4-2013 22:24:02 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-4-2013 06:32

คำถาม
สังขารที่เกิดขึ้นมาใหม่นั้น เป็นอวิชาของพ่อ แม่ หรือลูก ครับ


สังขารทั้งหลายย่อมมีขึ้นเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย
อวิชชาย่อมมีขึ้นเพราะความไม่รู้ซึ่งอริยสัจ ๔
เมื่ออวิชชาถึงซึ่งความบริบูรณ์อย่างนี้แล้ว
สัตว์ย่อมมีภวตัณหาที่บริบูรณ์ ความอยากในการสร้างภพย่อมมีอยู่แก่สัตว์ผู้มีอุปาทาน

สัตว์ย่อมพอใจในวิญญาณและนามรูป(ในสังขารทั้งหลาย)
ด้วยตัณหา ด้วยทิฏฐิ ด้วยปุาทานที่มีอยุ่ในสิ่งเหล่านั้น
เพราะเข้าถืออยู่ ถึงทับแล้ว ด้วยตัณหาและอุปาทาน ในสังขารทั้งหลาย
ความเกิดขึ้นแห่งทิฏฐิ อันเป็นอนุสัย ว่าตัวตนของเราย่อมมี
จึง มี ลูก มี พ่อ มี แม่ มีเกิด มีแก่ มีตาย มีความโศก มีความเศร้าหมองโดยรอบด้าน
ในสัตว์ผู้มีอุปาทานในสังขารทั้งหลายเหล่านั้น

แสดงความคิดเห็น

อรนุช  ติดใจรสอร่อย ไม่มองเห็นโทษของมัน  โพสต์เมื่อ 4-4-2013 05:15

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5803
ความดี
3510
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
14-9-2019
โพสต์เมื่อ 4-4-2013 06:32:42 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 4-4-2013 06:42
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 3-4-2013 22:16
อวิชชาถึงความเจริญพร้อมได้เพราะอาศัยเหตุปัจจัยในกา ...

ดังนั้นเมื่อสัตว์เป็นผู้ถึงทับแล้วด้วยตัณหาและอุปาทานในขันธ์ทั้งหลาย
หรือเหล่าใดเหล่าหนึ่งแล้วด้วยอนุสัยแห่งทิฏฐิว่า เรามีอยู่ ดังนี้
การก้าวลงแห่งอินทรีย์ทั้งหลาย ๕ ประการย่อมมีขึ้น
ได้แก่ อินทรีย์ทาง ตา หู จมูก ลิ้น กาย


เมื่อมีอินทรีย์อันเจริญเต็มที่แล้ว เป็นผู้เอิบอิ่มเพียบพร้อมด้วยกามคุณห้า ให้เขาบำเรออยู่
ทางตาด้วยรูป,ทางหูด้วยเสียง, ทางจมูกด้วยกลิ่น, ทางลิ้นด้วยรส, และทางกายด้วยโผฏฐัพพะ
ซึ่งล้วนแต่เป็นสิ่งที่ปรารถนา น่ารักใคร่ น่าพอใจ ที่ยวนตายวนใจให้รัก
เป็นที่เข้าไปตั้งอาศัยอยู่แห่งความใคร่ เป็นที่ตั้งแห่งความกำหนัดย้อมใจ และเป็นที่ตั้งแห่งความรัก
ครั้นเห็นรูปด้วยตา เป็นต้นแล้ว
ย่อมกำหนัดยินดี ในรูป เป็นต้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความรัก
ย่อมขัดเคืองในรูป เป็นต้น อันเป็นที่ตั้งแห่งความชัง
เขานั้นอยู่โดยปราศจากสติอันตนเข้าไปตั้งไว้ในกายมี ใจเป็นอกุศล
ไม่รู้ตามที่เป็นจริง ซึ่งเจโตวิมุติ ปัญญาวิมุติ อันเป็นที่ดับ
ไม่เหลือแห่งธรรมอันเป็นบาปอกุศลทั้งหลาย

เมื่อประกอบด้วยความยินดีและความยินร้ายอยู่เชนนี้แล้ว
เสวยเฉพาะซึ่งเวทนาใด ๆ เป็นสุขก็ตาม ทุกข์ก็ตาม ไม่ใช่ทุกข์ไม่ใช่สุขก็ตาม

เขา ย่อมเพ ลิดเพลิน พร่ำสรรเสริญ เมาหมกอยู่ ซึ่งเวทนานั้น ๆ
เมื่อเป็นอยู่เช่นนั้น, ความเพลิน(นันทิ) ย่อมบังเกิดขึ้น
ความเพลินใด ในเวทนาทั้งหลาย มีอยู่
ความเพลินอันนั้นเป็นอุปาทาน
เพราะอุปาทานของเขานั้นเป็นปัจจัย จึงเกิดมีภพ
เพราะภพเป็นปัจจัย จึงเกิดมีชาติ
เพราะชาติเป็นปัจจัย, ชรา มรณะ โศก ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส และอุปายาส จึงเกิดมีพร้อม
ความก่อขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนั้น ย่อมมีได้ ด้วยอาการอย่างนี้ แล

อวิชชาย่อมแทรกอยู่ในธรรมทั้งหลายเหล่านี้
อวิชชาจึงได้มี แต่ไม่ได้เกิดจากของ พ่อ แม่ หรือ ลูก อย่างที่เข้าใจ
แต่อวิชชามีเพราะเหตุปัจจัย ดังที่ได้กล่าวมาแล้วครับ

28

กระทู้

1

เพื่อน

622

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
463
ความดี
92
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
1-7-2015
โพสต์เมื่อ 5-4-2013 08:17:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 4-4-2013 06:32
ดังนั้นเมื่อสัตว์เป็นผู้ถึงทับแล้วด้วยตัณหาและอุป ...

ขอบคุณพระคุณอย่างสูงครับ ท่านคมสัน
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 21-9-2019 22:09 , Processed in 0.451129 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน