กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2656|ตอบกลับ: 10

ธรรมะเป็นของใคร

[คัดลอกลิงก์]

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 19-3-2013 23:55:06 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 20-3-2013 00:05

ธรรมะเป็นของใคร (แล้วก่อนหน้านั้นเป็นของใคร)
ให้กันได้ใหม(ให้อย่างไร)
ผู้รับ(รับอย่างไร)
รักษาธรรมะไว้ ต้องทำอย่างไร

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 20-3-2013 21:08:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขอโอกาสครับ
คำถาม
ธรรมะเป็นของใคร (แล้วก่อนหน้านั้นเป็นของใคร)

ธรรมไม่ใช่ของบุคคลใด เพราะแม้บุคคลก็ไม่ใช่เป็นของใครเหล่าใด
แล้วธรรมจะเป็นของบุคคลเหล่าใดนั้น ไม่ใช่ฐานะที่พึงมีได้

ธรรมอันเป็นไปเพื่อสำรวม เพื่อละ เพื่อความเบื่อหน่าย เพื่อความสงบรำงับ
ดับไม่เหลือซึ่งทุกข์ เป็นสิ่งที่พระศาสดาสมณโคดมเป็นผู้ตรัสรู้แล้วซึ่งธรรมเหล่านั้น
เมื่อบุคคลตามรู้ซึ่งธรรมเหล่านี้ที่พระศาสดาทรงตรัสสอนแก่เวไนยสัตว์ผู้มีธุลีน้อย
ย่อมถึงซึ่งฝั่ง ข้ามห้วงน้ำคือ สงสาร และสระคือ ตัณหา
ชนเหล่านั้นกระทำแพ คืออริยมรรค ๘ ประการ พึงข้ามโอฆะได้ด้วยศรัทธาเป็นเบื้องต้น
เมื่อถึงฝั่งแพที่เปรียบเสมือนธรรมเหล่านั้น ก็ย่อมต้องทิ้งไป
จะป่วยกล่าวถึงธรรมที่ไม่เป็นไปเพื่อความสิ้นทุกข์ทำไมเล่า

ที่สุดในเบื้องต้นของอวิชชา ย่อมไม่ปรากฏ
ก่อนแต่นี้อวิชชามิได้มี แต่ว่าอวิชชาเพิ่งมีต่อภายหลัง
ธรรมทั้งหลายย่อมไม่ปราฏก่อนหน้านี้เช่นกันครับ แต่ธรรมเพิ่งมามีต่อภายหลัง
ธรรมทั้งหลายย่อมปรากฏเพราะมีสิ่งนี้สิ่งนี้ เป็นปัจจัย
ผู้ที่เข้าไปตรัสรู้ซึ่งธรรมเหล่านี้ อันเป็นเหตุเกิดขึ้นและความดับไปแห่งธรรมทั้งหลาย
ก็มีเพียงอรหันตสัมมาสัมพุทธะ เท่านั้น
ส่วนสาวกเป็นผู้เดินตามมรรคและปฏิปทาเพื่อถึงซึ่งอสังขตธรรม

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 20-3-2013 21:15:25 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 20-3-2013 21:16

คำถาม
ให้กันได้ใหม

พระศาสดาทรงตรัสว่า ธรรมของพระองค์เป็นไปเพื่อความเกื้อกูลแก่ชนเป็นอันมาก
เพื่อความสุขของชนเป็นอันมาก เพื่ออนุเคราะห์แก่โลก
เพื่อประโยชน์ เพื่อความเกื้อกูลเพื่อความสุข
แก่เทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย

ธรรมของพระองค์เป็นสิ่งที่พระองค์นำมาดีแล้ว
เป็นธรรมอันผู้ปฏิบัติพึงเห็นเอง ไม่ขึ้นอยู่กับเวลา
ควรเรียกกันมาดู พึงน้อมเข้ามาในตน
เป็นธรรมที่ผู้รู้ทั้งหลายพึงรู้ได้เฉพาะตน

(ให้อย่างไร)

“สัตว์ทั้งหลายเหล่าใดจะฟัง จงปล่อยศรัทธามาเถิด
เราได้เปิดประตูอมตธรรมแก่สัตว์ทั้งหลายเหล่านั้นแล้ว

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 20-3-2013 21:20:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คำถาม
ผู้รับ(รับอย่างไร)

เขาควรปฏิบัติตน ดังนี้
(๑) ปลูกฝัง ศรัทธา ลงไป ในภิกษุ(สาวกของพระตถาคตนั้น) ครั้นมีศรัทธาเกิดแล้ว
(๒) ย่อม เข้าไปหา ครั้นเข้าไปหาแล้ว
(๓) ย่อม เข้าไปนั่งใกล้ ครั้นเข้าไปนั่งใกล้แล้ว
(๔) ย่อม เงี่ยโสตลง ครั้นเงี่ยโสตลง
(๕) ย่อม ฟังซึ่งธรรม ครั้นฟังซึ่งธรรมแล้ว
(๖) ย่อม ทรงไว้ซึ่งธรรม
(๗) ย่อม ใคร่ครวญซึ่งเนื้อความแห่งธรรมทั้งหลาย อันตนทรงไว้แล้ว เมื่อใคร่ครวญซึ่งเนื้อความแห่งธรรมอยู่
(๘) ธรรมทั้งหลายย่อมทนต่อความเพ่งพินิจ, เมื่อการทนต่อการเพ่งพินิจของธรรมมีอยู่
(๙) ฉันทะย่อมเกิดขึ้น ผู้มีฉันทะเกิดขึ้นแล้ว
(๑๐) ย่อมมีอุสสาหะ ครั้นมีอุสสาหะแล้ว
(๑๑) ย่อม พิจรณาหาความสมดุลย์แห่งธรรม ครั้นมีความสมดุลย์แห่งธรรมแล้ว
(๑๒) ย่อม ตั้งตนไว้ในธรรมนั้น

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 20-3-2013 21:23:10 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 20-3-2013 21:24


คำถาม
รักษาธรรมะไว้ ต้องทำอย่างไร

พระศาสดาทรงตรัสว่าธรรมนั้นจะำเป็นสิ่งที่ตั้งอยู่ได้นาน ไม่เสื่อมไปเพราะ
บุคคลนั้น พึงเจริญ  กระทำให้มาก ซึ่ง สติปัฏฐาน ทั้ง ๔ พระสัทธรรมจึงตั้งอยู่ได้นาน ไม่เสื่อมไป

33

กระทู้

3

เพื่อน

1144

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
630
ความดี
274
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
27-6-2017
โพสต์เมื่อ 23-3-2013 06:46:43 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อนุโมทนาครับ

ขออภัย! โพสต์นี้มีไฟล์แนบหรือรูปภาพที่ไม่ได้รับอนุญาตให้คุณเข้าถึง

คุณจำเป็นต้องลงชื่อเข้าใช้ก่อน หลังจากนั้นจะสามารถดูและดาวน์โหลดไฟล์แนบได้ หากยังไม่มีบัญชีสมาชิก กรุณาสมัครสมาชิก

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 23-3-2013 17:20:01 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 23-3-2013 17:23
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 20-3-2013 21:23
คำถาม
รักษาธรรมะไว้ ต้องทำอย่างไร

"ผู้ที่ไม่ได้ฟังสติปัฏฐาน ทั้ง ๔"  หรือ "ผู้ที่ไม่ได้ฝึกสติปัฏฐาน ทั้ง ๔" หรือ "ผู้ที่ทำสติปัฏฐาน ทั้ง ๔ ไม่ได้" ผู้นั้นก็รักษาธรรมะไม่ได้หรือไม่

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 23-3-2013 17:26:00 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 23-3-2013 19:52
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 20-3-2013 21:20
คำถาม
ผู้รับ(รับอย่างไร)

ผู้รับธรรมะ รับได้ตามสัญญา ถือรับธรรมะได้หรือไม่ (เหมือนผู้เรียนนักธรรมป.๙ หรือไม่)

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 23-3-2013 21:13:54 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 23-3-2013 21:18
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 23-3-2013 17:20
"ผู้ที่ไม่ได้ฟังสติปัฏฐาน ทั้ง ๔"  หรือ "ผู้ที่ไม่ได้ ...

ภิกษุ ท! เมื่อรักษาตนก็คือรักษาผู้อื่น นั้นเป็นอย่างไรเล่า?
ข้อนี้หมายความว่า รักษาตนด้วยการเสพธรรมะ
ด้วยการเจริญธรรมะ ด้วยการทำให้มากซึ่งธรรมะ นี้แหละคือ
เมื่อรักษาตนอยู่ จะมีผลเป็นการรักษาผู้อื่น

ภิกษุ ท! เมื่อรักษาผู้อื่นก็คือรักษาตน นั้นเป็นอย่างไรเล่า?
ข้อนี้หมายความว่ารักษาผู้อื่นด้วยการอดทน
ด้วยการไม่เบียดเบียน ด้วยเมตตาจิต ด้วยความรักใคร่เอ็นดู
นี้แหละคือ เมื่อรักษาผู้อื่นอยู่ จะมีผลเป็นการรักษาตนด้วย

ภิกษุ ท!เมื่อคิดว่าเราจักรักษาตน ก็จงเจริญสติปัฏฐานเถิด
เมื่อคิดว่าเราจักรักษาผู้อื่น ก็จงเจริญสติปัฏฐานเถิด
เพราะว่าเมื่อเจริญสติปัฏฐานเพื่อรักษาตน ก็เป็นการรักษาผู้อื่น
เมื่อเจริญสติปัฏฐานเพื่อรักษาผู้อื่นก็เป็นการรักษาตนด้วยอย่างนี้แล

คำถาม

ก่อนที่พระศาสดาจะทรงปรินิพพาน ได้ตรัสว่า
ภิกษุ ท.! บัดนี้เราจักเตือนท่านทั้งหลาย
สังขารทั้งหลาย มีความเสื่อมเป็นธรรมดา
พวกเธอจงยังประโยชน์ตนให้ถึงพร้อมด้วยความไม่ประมาทเถิด


ผู้ไม่ประมาทนั้น คือผู้สำรวมอินทรีย์
ผู้สำรวมอินทรีย์ คือผู้มีสติและสัมปชัญญะ
ผู้มีสติและสัมปชัญญะ คือผู้เจริญซึ่งสติปัฏฐานทั้ง ๔
ดังนั้น ความไม่ประมาทที่พระศาสดาทรงตรัสเตือนไว้
ให้เราทั้งหลายนั้นเป็นผู้เจริญซึ่งสติปัฏฐาน ๔

การรักษาสัทธรรม ไม่ให้เสื่อมสูญไปนั้น
พระองค์ทรงตรัสเช่นนั้นครับ ว่าให้เป็นผู้เจริญสติปัฏฐาน ๔
สัตว์ผู้ไม่มีฐานที่ตั้งแห่งความระลึก(สติปัฏฐาน) ย่อมถึงความประมาท
ผู้ประมาทจะรักษาธรรมได้อย่างไร

และยังมีธรรมที่พระศาสดาทรงตรัสลักษณะเดียวกันได้แก่
ให้เป็นผู้ฉลาดใน อายตนะ และ ปฏิจสมุปบาท
สัทธรรมจะตั้งมั่นได้ด้วยเหตุดังนี้ครับ


แสดงความคิดเห็น

อรนุช  สาธุคะ  โพสต์เมื่อ 4-4-2013 20:28

19

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5827
ความดี
3522
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
15-10-2019
โพสต์เมื่อ 23-3-2013 21:27:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 23-3-2013 21:33
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 23-3-2013 17:26
ผู้รับธรรมะ รับได้ตามสัญญา ถือรับธรรมะได้หรือไม่ (เ ...

ให้เป็นผู้คล่องปาก ขึ้นใจ แทงตลอดอย่างดีด้วยความเห็น ในธรรมที่พระศาสดาทรงตรัสสอนไว้
ธรรมที่ได้ศึกษาและฝึกหัดแล้วนี้ ย่อมมีอานิสงส์ทั้งในภพแห่งปัจจุบันและสัมปรายภพ

ผลของสัญญานั้นได้แก่ถ้อยคำ ที่พูดออกมา นี้เป็นผล
เพราะบุคคลย่อมพูดไปตามสัญญา
ธรรมของพระองค์นั้นมีประโยชน์เกื้อกูลแก่สัตว์ผู้เสวยเวทนาอยู่
พระศาสดาทรงตรัสว่า เวทนาย่อมมี เพราะปัจจัยคือสัญญา
ธรรมะของพระองค์จึงเป็นผระโยชน์แก่สัตว์ผู้เสวยเวทนาอยู่ ดังนี้

ดังที่พระองค์ทรงตรัสว่า
ให้มีตนเป็นประทีป มีตนเป็นสรณะ
มีธรรมเป็นประทีป มีธรรมเป็นสรณะ
ซึ่งก็ได้แก่ การเจริญซึ่งสติปัฏฐาน ๔  นั่นเอง
คำว่า สรณะ ได้แก่ ความสิ้นไปแห่ง ราคะ โทสะ โมหะ
ดังนั้น การมีตน มีธรรม เป็นสรณะ คือการนำ ตน และ ธรรม
ให้เป็นไปเพื่อความสิ้นไปแห่ง ราคะ โมสะ โมหะ นั่นเองครับ

แสดงความคิดเห็น

อรนุช  สาธุคะ ไม่เคยอ่านจากที่ไหนเลย  โพสต์เมื่อ 4-4-2013 20:32
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 21-11-2019 03:29 , Processed in 0.107928 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน