กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2587|ตอบกลับ: 6

กรรมฐาน 40

[คัดลอกลิงก์]

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 15-2-2013 14:29:44 |ดูโพสต์ทั้งหมด
กรรมฐาน 40  มีในพุทธวจนะหรือไม่
ถ้ามี ข้อไหนมี
ถ้าไม่มี ข้อไหนไม่มี        

กรรมฐาน 40 วิธี
แบ่งออกเป็น 7 หมวด ดังนี้                                                                           
หมวดกสิน ๑๐
เป็นการทำสมาธิด้วยวิธีการเพ่ง
๑. ปฐวีกสิน  เพ่งธาตุดิน
๒. อาโปกสิณ  เพ่งธาตุน้ำ
๓. เตโชกสิณ  เพ่งไฟ
๔. วาโยกสิน  เพ่งลม
๕. นีลกสิน เพ่งสีเขียว
๖. ปีตกสิน  เพ่งสีเหลือง
๗. โลหิตกสิณ  เพ่งสีแดง
๘. โอฑาตกสิณ  เพ่งสีขาว
๙. อาโลกกสิณ  เพ่งแสงสว่าง
๑๐. อากาศกสิณ  เพ่งอากาศ

หมวดอสุภกรรมฐาน ๑๐
  เป็นการตั้งอารมณ์ไว้ให้เห็นว่า ไม่มีอะไรสวยงดงาม มีแต่สิ่งสกปรกโสโครก น่าเกลียด
๑๑. อุทธุมาตกอสุภ ร่างกายของคนและสัตว์ที่ตายไปแล้ว นับแต่วันตายเป็นต้นไป มีร่างกายบวมขึ้น พองไปด้วยลม ขึ้นอืด
๑๒. วินีลกอสุภ  วีนีลกะ แปลว่า สีเขียว  
เป็นร่างกายที่มีสีเขียว สีแดง สีขาว คละปนระคนกัน คือ มีสีแดงในที่มีเนื้อมาก มีสีขาวในที่มีน้ำเหลืองน้ำหนองมาก มีสีเขียวในที่มีผ้าคลุมไว้ ฉะนั้นตามร่างกายของผู้ตาย จึงมีสีเขียวมาก
๑๓. วิปุพพกอสุภกรรมฐาน  เป็นซากศพที่มีน้ำเหลืองไหลอยู่เป็นปกติ
๑๔. วิฉิททกอสุภ คือซากศพที่มีร่างกายขาดเป็นสองท่อนในท่ามกลางกาย
๑๕. วิกขายิตกอสุภ เป็นร่างกายของซากศพที่ถูกยื้อแย่งกัดกิน
๑๖. วิกขิตตกอสุภ  เป็นซากศพที่ถูกทอดทิ้งไว้จนส่วนต่าง ๆ กระจัดกระจาย มีมือ แขน ขา ศีรษะ กระจัดพลัดพรากออกไปคนละทาง
๑๗. หตวิกขิตตกอสุภ  คือ ซากศพที่ถูกสับฟันเป็นท่อนน้อยและท่อนใหญ่
๑๘. โลหิตกอสุภ คือ ซากศพที่มีเลือดไหลออกเป็นปกติ
๑๙. ปุฬุวกอสุภ  คือ ซากศพที่เต็มไปด้วยตัวหนอนคลานกินอยู่
๒๐. อัฏฐิกอสุภ คือ ซากศพที่มีแต่กระดูก

อนุสสติกรรมฐาน ๑๐
อนุสสติ แปลว่า ตามระลึกถึง เมื่อเลือกปฏิบัติให้พอเหมาะแก่จริต จะได้ผลเป็นสมาธิมีอารมณ์ ตั้งมั่นได้รวดเร็ว
๒๑. พุทธานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึงคุณพระพุทธเจ้าเป็นอารมณ์
๒๒. ธัมมานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึงคุณพระธรรมเป็นอารมณ์
๒๓. สังฆานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึงคุณพระสงฆ์เป็นอารมณ์
๒๔. สีลานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึงคุณศีลเป็นอารมณ์
๒๕. จาคานุสสติกรรมฐาน ระลึกถึงผลของการบริจาคเป็นอารมณ์
๒๖. เทวตานุสสติเป็นกรรมฐาน ระลึกถึงความดีของเทวดาเป็นอารมณ์
๒๗. มรณานุสสติกรรมฐาน  ระลึกถึงความตายเป็นอารมณ์
๒๘. กายคตานุสสติกรรมฐาน  เหมาะแก่ผู้ที่หนักไปในจาคะจริต
๒๙. อานาปานานุสสติกรรมฐาน เหมาะแก่ผู้ที่หนักไปในโมหะ และวิตกจริต
๓๐. อุปสมานุสสติกรรมฐาน  ระลึกความสุขในพระนิพพานเป็นอารมณ์

หมวดอาหาเรปฏิกูลสัญญา
๓๑. อาหาเรปฏิกูลสัญญา เพ่งอาหารให้เห็นเป็นของน่าเกลียด บริโภคเพื่อบำรุงร่างกาย ไม่บริโภคเพื่อสนองกิเลส
หมวดจตุธาตุววัฏฐาน
๓๒. จตุธาตุววัฏฐาน ๔ พิจารณาร่างกายประกอบด้วยธาตุ ๔ ดิน น้ำ ลม ไฟ

หมวดพรหมวิหาร ๔
พรหมวิหาร แปลว่า ธรรมเป็นที่อยู่ของพรหม พรหมแปลว่าประเสริฐ
พรหมวิหาร ๔ จึงแปลว่า คุณธรรม ๔ ประการ ที่ทำให้ผู้ประพฤติปฏิบัติเป็นผู้ประเสริฐ ได้แก่
๓๓. เมตตา  คุมอารมณ์ไว้ตลอดวัน  ให้มีความรัก อันเนื่องด้วยความปรารถนาดี ไม่มีอารมณ์เนื่องด้วยกามารมณ์ เมตตาสงเคราะห์ผู้อื่นให้พ้นทุกข์
๓๔. กรุณา ความสงสารปรานี มีประสงค์จะสงเคราะห์แก่ทั้งคนและสัตว์
๓๕. มุทิตา   มีจิตชื่นบาน พลอยยินดีเมื่อผู้อื่นได้ดี ไม่มีจิตริษยาเจือปน
๓๖. อุเบกขา มีอารมณ์เป็นกลางวางเฉย
มวดอรูปฌาณ ๔
เป็นการปล่อยอารมณ์ ไม่ยึดถืออะไร มีผลทำให้จิตว่าง มีอารมณ์เป็นสุขประณีต ในฌานที่ได้ ผู้จะเจริญอรูปฌาณ ๔ ต้องเจริญฌานในกสินให้ได้ฌาณ ๔ เสียก่อน แล้วจึงเจริญอรูปฌาณจนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
๓๗. อากาสานัญจายตนะ ถือ อากาศเป็นอารมณ์ จนวงอากาศเกิดเป็นนิมิตย่อใหญ่เล็กได้ ทรงจิตรักษาอากาศไว้ กำหนดใจว่าอากาศหาที่สุดมิได้ จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
๓๘. วิญญาณัญจายตนะ กำหนดวิญญาณหาที่สุดมิได้ ทิ้งอากาศและรูปทั้งหมด ต้องการจิตเท่านั้น จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์
๓๙. อากิญจัญญายตนะ กำหนดความไม่มีอะไรเลย อากาศไม่มี วิญญาณก็ไม่มี ถ้ามีอะไรสักหน่อยหนึ่งก็เป็นเหตุของภยันตราย ไม่ยึดถืออะไรจนจิตตั้งเป็นอุเบกขารมณ์
๔๐. เนวสัญญานาสัญญายตนะ ทำความรู้สึกตัวเสมอว่า ทั้งที่มีสัญญาอยู่ก็ทำเหมือนไม่มี ไม่รับอารมณ์ใด ๆ จะหนาว ร้อนก็รู้แต่ไม่ดิ้นรนกระวนกระวาย ปล่อยตามเรื่อง เปลื้องความสนใจใด ๆ ออกจนสิ้น จนจิตเป็นอุเบกขารมณ์

44

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5918
ความดี
3579
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-4-2020
โพสต์เมื่อ 16-2-2013 11:01:35 |ดูโพสต์ทั้งหมด
กรรมฐาน ๔๐ เป็นสาวกภาษิตขึ้น
แต่สิ่งที่เป็นไส้ในในกรรมฐาน ๔๐ ที่สาวกบัญญัติขึ้นนั้น เพื่อรวมเป็นหมวดหมู่นั้น
พระศาสดาไ้ด้ทรงตรัสไว้ แต่อรรถขยายความนั้น สาวกบัญญัติขึ้นในที่นี้

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 16-2-2013 17:40:20 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 16-2-2013 11:01
กรรมฐาน ๔๐ เป็นสาวกภาษิตขึ้น
แต่สิ่งที่เป็นไส้ในในก ...

ถ้าไม่ใช่ ทุกข้อไม่ใช่หรือไม่

44

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5918
ความดี
3579
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-4-2020
โพสต์เมื่อ 16-2-2013 20:00:28 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 16-2-2013 17:40
ถ้าไม่ใช่ ทุกข้อไม่ใช่หรือไม่

ขอโอกาสครับ
ผมไม่ได้เข้าไปดูทุกข้อนะครับ หากคุณ q สนใจ
ให้ใช้โปรแกรมตรวจสอบเองได้เลยนะครับ

ผมมีความเห็นว่า สิ่งที่พระศาสดาไม่ได้ทรงเน้น ผมจึงยังไม่ได้ให้ความสนใจ
พระศาสดาทรงกล่าวเน้นสอนเรื่องใด เรื่องนั้นเป็นเรื่องสำคัญที่ควรรู้ตาม
หากคุณ q สนใจในการปฏิบัติ ให้ใช้อานาปานสติสมาธิ เจริญกายคตาสติ ละนันทิ เป็นต้น
เป็นการดี เป็นมรรควิธีที่สะดวกง่าย อานาปานสตินั้นเป็นวิหารธรรมของพระศาสดา
ผมว่าอานาปานสติสมาธินี้มีประโยชน์มากมาย ลองค้นหาดูนะครับ(หาได้ในหนังสืออานาปานสติ)

แนะนำว่าอย่าสนใจส่วนที่อยู่นอกพุทธวจน อย่าสงสัยในธรรมที่ไม่ใช่พุทธวจน
แต่ให้ศึกษาพุทธวจนที่มีรวบรวมไว้แล้ว เช่น 11 เล่มเล็ก
5 เล่มจากพระดอษฐ์ จะเป็นการดีนะครับ

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 16-2-2013 21:41:03 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 16-2-2013 20:00
ขอโอกาสครับ
ผมไม่ได้เข้าไปดูทุกข้อนะครับ หากคุณ q ส ...

ไม่แน่ใจจำมาผิดหรือถูก พระตถาคต สอนกรรมฐานให้สาวกตามจริตหรือไม่
เพื่อจะให้ง่ายในการปฎิบัติเพื่อเข้าถึงธรรมได้ง่ายที่สุด หรือไม่
การทำบางอย่างที่ไม่ได้แก้จริตของตน ทำให้เข้าถีงธรรมไม่ได้ หรือไม่
การใช้ดูลมหายใจมิใช่ง่าย หรือไม่ แม้เกิดมาหายใจทุกวันยังไม่รู้ลม หรือไม่

44

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5918
ความดี
3579
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-4-2020
โพสต์เมื่อ 16-2-2013 21:55:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 16-2-2013 21:41
ไม่แน่ใจจำมาผิดหรือถูก พระตถาคต สอนกรรมฐานให้สาวกต ...

ขอโอกาส
กรรมฐาน ไม่ได้ตรัสไว้ในส่วนการเจริญภาวนาใด พระศาสดาตรัสเพียง สมถะ และ วิปัสสนา
การที่บุคคลจะบรรลุธรรมได้เร็วหรือช้า มิได้เกิดจากจริต(ตามที่ได้ยินมา พระศาสดาไม่ได้ตรัสไว้)
แต่เกิดจาก พละ ๕ ของบุคคลนั้นๆ เป็นปัจจัย คือ ศรัทธา วิริยะ สติ สมาธิ ปัญญา

การจะบรรลุซึ่งสัจธรรม มิได้ได้มาโดยความพอใจ
แต่พึงได้มาเพราะการศึกษาโดยลำดับ ปฏิบัติตามลำดับ และกระทำโดยลำดับ ดังนี้
เขา (๑) ปลูกฝัง ศรัทธา ลงไป ครั้ันมีศรัทธาแล้ว
(๒) ย่อม เข้าไปหา ครั้นเข้าไปหาแล้ว
(๓) ย่อม เข้าไปนั่งใกล้ ครั้นเข้าไปนั่งใกล้แล้ว
(๔) ย่อม เงี่ยโสตลง ครั้นเงี่ยโสตลง
(๕) ย่อม ฟังซึ่งธรรม ครั้นฟังซึ่งธรรมแล้ว
(๖) ย่อม ทรงไว้ซึ่งธรรม
(๗) ย่อม ใคร่ครวญซึ่งเนื้อความแห่งธรรมทั้งหลาย อันตนทรงไว้แล้ว เมื่อใคร่ครวญซึ่งเนื้อความแห่ง
ธรรมอยู่
(๘) ธรรมทั้งหลายย่อมทนต่อความเพ่งพินิจ, เมื่อการทนต่อการเพ่งพินิจของธรรมมีอยู่
(๙) ฉันทะย่อมเกิดขึ้น ผู้มีฉันทะเกิดขึ้นแล้ว
(๑๐) ย่อมมีอุสสาหะ ครั้นมีอุสสาหะแล้ว
(๑๑) ย่อม พิจรณาหาความสมดุลย์แห่งธรรมครั้นมีความสมดุลย์แห่งธรรมแล้ว
(๑๒) ย่อม ตั้งตนไว้ในธรรมนั้น
เขาผู้มีตนส่งไปแล้วอย่างนี้อยู่ ย่อมกระทำให้แจ้งซึ่งปรมัตถสัจจะ

44

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5918
ความดี
3579
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
4-4-2020
โพสต์เมื่อ 16-2-2013 21:57:49 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 16-2-2013 21:41
ไม่แน่ใจจำมาผิดหรือถูก พระตถาคต สอนกรรมฐานให้สาวกต ...

การใช้ดูลมหายใจมิใช่ง่าย หรือไม่ แม้เกิดมาหายใจทุกวันยังไม่รู้ลม หรือไม่
เพราะเขานั้นเป็นผู้ไม่ได้สดับ(ฟัง)
เพราะผู้อยู่โดยปราศจากสติ อันตนเข้าไปตั้งไว้ในกาย คือ ผู้ประมาท
ลมหายใจนี้ พระศาสดาทรงตรัสว่า เป็นกายอันหนึ่งๆในกายทั้งหลาย
ผู้รู้ลมหายใจที่ไหลเข้าและไหลออกนั้น ชื่อว่า เป็นผู้มีความรู้สึกตัว เป็นผู้มีสติ มิใช่เป็นผู้ไม่มีสติ
กำลังมีความเพียรเผากิเลสทั้งหลายอยู่ได้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 8-4-2020 06:38 , Processed in 0.102225 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน