กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 2589|ตอบกลับ: 11

คำกล่าวว่า ผู้มีสมาธิจะเกิดปัญญา

[คัดลอกลิงก์]

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 7-2-2013 01:38:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 8-2-2013 21:28

(๑) ตามที่ผู้ศึกษา พุทธวจนะ กล่าวไว้ว่า ผู้ใดฝึกสมาธิ แล้วได้สมาธิ จะเกิดปัญญา
     (ผู้ฟัง) สงสัย ได้จริงหรือไม่จริงไม่รู้ (เพราะผู้ฟังยังไปไม่ถึงไม่สามารถรู้ได้)
     (ผู้ฟัง) สงสัย ปัญญาที่ได้ เป็นปัญญาทางโลก หรือ ปัญญาทางธรรม

(๒) มีผู้ให้ศึกษา พุทธวจนะ ให้อ่าน และจำ จะเจอคำอธิบายเองเมื่ออ่านไปถึง ไม่ต้อง "สงสัย"
      ตามพุทธวจนะ "พระพุทธองค์ เข้าสมาธิ ก่อนที่จะพูด" และเราเองก็เหมือนกันก่อนพูด มีสมาธิแล้วเกิดปัญญาไตรตรองแล้วจะพูดไม่ผิด
     (ผู้ฟัง) เป็นคนคิดมาก ขี้สงสัย เลยถามว่า สมาธิอยู่ตรงไหน แล้วเราจะทำได้อย่างไร
     (...) บอกว่า การทำสมาธิ ดูที่ลมหายใจ และละนันถิ แล้วจะได้สมาธิ ได้ฌาน ๑ ๒ ๓ ๔
     (ผู้ฟัง) ตอบได้จริงหรือ ผู้ฟังยังไม่ได้สมาธิเลยไม่รู้ ต้องสงสัยเป็นธรรมดา
     (...) ไม่เชื่อคำพระตถาคต หรือ ??
     (ผู้ฟัง) คำพระตถาคต เป็นจริงตลอดกาล  แต่เราไม่รู้ไม่เข้าใจ และไม่มีตน(เพราะยังทำไม่ถึงไม่ได้) จะว่าใช่หรือไม่ ยังไม่รู้
       ผู้ฟังเคยฟังธรรมบทหนึ่ง(จริงเท็จประการใดไม่รู้จำเขาเล่ามา) พระพุทธเจ้าได้เทศนาให้พระสงฆ์ฟังหนึ่งในนั้นมีพระชารีบุตร
        เมื่อเทศนาเสร็จแล้วพระพุทธเจ้าถามพระสารีบุตรว่าเชื่อตามที่เทศนาหรือไม่
         พระสารีบุตรตอบว่า ยังไม่เชื่อขอไปทำลองดูก่อน ถ้าเป็นไปตามพระองค์กล่าวแล้วจะเชื่อ
         พระสงฆ์ที่ฟังอยู่ในที่ฟังในคณะนั้นกล่าวว่าพระสารีบุตรว่าไม่เชื่อคำสอนของพระองค์
         พระพุทธเจ้าจึงกล่าวว่า ดีแล้วชารีบุตร ไม่เชื่อเพราะเป็นคำของพระองค์ต้องลองทำและไตรตรองเป็นจริงแล้วจึงเชื่อ
    (ผู้ฟัง) หลายๆอย่างต้องทำดูก่อนมีในตนแล้วถึงจะได้เชื่อว่าเป็นจริง จะไม่ตัดสินว่าถูกหรือผิด ใช่หรือไม่ใช่(เชื่อว่ามีผู้ตัดสินอยู่แล้ว)
    (ความคิดผู้ฟัง) การพิจารณาก่อนผู้ ให้พิจารณาว่าถูกทางโลกหรือไม่ ถูกทางธรรมหรือ ถ้าถูกจะเป็นภัยแก่ตนเองหรือไม่ ถ้าเป็นก็นิ่งเสีย
              ถ้าเป็นผู้สุงวัย(วัยวุฒิ คุณวุฒิ คงไม่มีคำฆาปิยะ)ก็นิ่งเสีย ถ้าเป็นผู้ที่ถือศีลสูงกว่า ก็นิ่งเสีย(ท่านฝึกตนดีแล้วคงพิจารณาได้เอง)
(๓) (ผู้ฟังถาม) ตายแล้วจะไปไหน ใครพาไป
       (....) ตอบ "ไม่มีใครพาไป ขึ้นอยู่กับลมหายใจสุดท้ายว่าจะได้ไปสวรรค์ หรือนรก"
       (ผู้ฟัง) ถ้าไม่มีใครพาไป จะรู้ได้อย่างไร ว่าเราทำบุญหรือบาปมาเท่าไร แล้วจะไปสวรรค์นานเท่าไร นรกนานเท่าไร
        (.....) ไม่รู้
(๔)  (....)การศึกษา พุทธวจนะ จะทำให้ศาสนาพุทธ อยู่ได้นาน และมีผู้รู้ได้ถูกต้องตามคำสอน
       (ผู้ฟัง) แต่ก่อนไม่มี พุทธวจนะ ทำไมศาสนาพุทธ ถึงอยู่ได้ถึง ๒๕๐๐ ปี และคงอยู่ได้ต่อไปจนครบ ๕๐๐๐ ปี      
       (ผู้ฟัง) ถ้ามีพุทธวจนะ ศึกษาตามนี้ จะทำให้มีอายุเกิน ๕๐๐๐ ปีหรือ
       (...) ไม่รู้
        (ผู้ฟัง) ถามว่า ถ้าศึกษาพุทธวจนะแล้วทำให้คนรู้ธรรมเห็นธรรม(นับจากพระโสดาบันขึ้นไป) มากขี้นหรือ
       (....) ไม่รู้
       (...) ถ้าศึกษาพุทธวจนะ จะให้รู้คำสอนของพระตถาคต ทำให้คนรู้ธรรมเห็นธรรมที่ถูกต้อง
       (ผู้ฟัง) ผู้ศึกษาพุทธวจนะ รู้หมดแตกฉาน จะสำเร็จโสดาบันหรือไม่
      (...) ไม่ ต้องมาปฏิบัติถึงจะได้
      (ผู้ฟัง)ถ้ารู้ธรรมทั้งหมดตามที่พระตถาคตสอน แล้วตนเองนำคำสอนมาทำไม่ได้ ก็เป็นเพียงรู้หนังสือหรือไม่(ไม่มีในตน) ไม่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตนเองหรือไม่  
       (...)จำเป็นต้องศึกษาพุทธวจนะ และแบ่งเวลาไปปฏิบัติ
        (ผู้ฟัง)จริงหรือ
       (...)จริง
(๕) (ผู้ฟัง)คำสอนพุทธศาสนาที่เป็นหัวใจพระศาสนาคืออะไร
      (...)อริยสัจ ๔  ทุกข์ นิโรจ สมุทัย มรรค
      (ผู้ฟัง)  ทุกข์ อยู่ที่ไหน รู้ทุกข์อย่างไร อะไรรู้ทุกข์ (ทำไมคนทั่วไปทำไมไม่รู้ทุกข์) ไม่รู้ทุกข์จะแก้ทุกข์ได้อย่างไร จะรู้เหตุของทุกข์ได้อย่างไร
      (...) ต้องศึกษาพุทธวจนะ ถึงจะรู้
       (ผู้ฟัง)จริงหรือ
(ถ้าคำใดไม่ถูกต้องหรือผิด หรือผิดใจใคร ต้องขออโหสิกรรมด้วย จากคนไม่รู้)


48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 8-2-2013 21:06:44 |ดูโพสต์ทั้งหมด
(๑) ตามที่ผู้ศึกษา พุทธวจนะ กล่าวไว้ว่า ผู้ใดฝึกสมาธิ แล้วได้สมาธิ จะเกิดปัญญา
     (ผู้ฟัง) สงสัย ได้จริงหรือไม่จริงไม่รู้ (เพราะผู้ฟังยังไปไม่ถึงไม่สามารถรู้ได้)
      (ผู้ฟัง) สงสัย ปัญญาที่ได้ เป็นปัญญาทางโลก หรือ ปัญญาทางธรรม

คำถาม
ผู้มีจิตตั้งมั่นหมายถึงผู้ที่ได้สมาธิ หรืออาจจะกล่าวว่า เจริญซึ่งสมถะ อยู่
การจะเกิดปัญญาจะพึงมีได้แก่ผู้เจริญวิปัสสนา
คือการเห็นถึงการเกิดขึ้นและดับไปของขันธ์ทั้งหลายในสมาธิที่จิตตั้งมั่นนั้น

มรรคมีองค์ ๘ ประการนี้ เป็น สมถะและวิปัสสนา ที่จะต้องเจริญเคียงคู่กัน
เข้ากันได้ดีอย่างแน่นแฟ้น เป็นไปเพื่อได้ปัญญาอันใหญ่
แทงตลอดด้วยดีซึ่งปัญญาในการเห็นอริยสัจ ๔
เป็นปัญญาชั้นโลกุตตระ(เหนือวิสัยแห่งโลกบัญญัติทั้งสิ้น)

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 8-2-2013 21:15:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 8-2-2013 21:18

(๒)
คำถาม
นาฬันทสูตร ว่าด้วยธรรมปริยาย
สมัยหนึ่ง พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ที่ปาวาริกอัมพวัน ใกล้เมืองนาฬันทา
ครั้งนั้น ท่านพระสารีบุตรเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว
นั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้วได้กราบทูลพระผู้มีพระภาคว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้า
พระองค์เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า สมณะหรือพราหมณ์อื่น ซึ่งจะรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้
มีพระภาคในทางปัญญา เครื่องตรัสรู้ มิได้มีแล้ว จักไม่มี และย่อมไม่มีในบัดนี้ พระผู้มีพระภาค
ตรัสว่า ดูกรสารีบุตร นี้เป็นอาสภิวาจาอย่างสูงที่เธอกล่าวแล้ว เธอถือเอาแต่วาทะอย่างเดียว
บันลือสีหนาทว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้าพระองค์เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาค อย่างนี้ว่า สมณะหรือ
พราหมณ์อื่น ซึ่งจะรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มีพระภาคในทางปัญญาเครื่องตรัสรู้ มิได้มีแล้ว จักไม่มี
และย่อมไม่มีในบัดนี้.
ดูกรสารีบุตร พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่าใด ที่ได้มีมาแล้วในอดีตกาล ...อนาคต
พระผู้มีพระภาคเหล่านั้นทุกพระองค์ อันเธอกำหนดซึ่งใจด้วยใจแล้วรู้ว่า พระผู้มีพระภาคเหล่านั้น
ทรงมีศีลอย่างนี้ มีธรรมอย่างนี้ มีปัญญาอย่างนี้ มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ หรือว่าหลุดพ้น
แล้วอย่างนี้ ดังนี้ กระนั้นหรือ?
สา. หามิได้ พระเจ้าข้า
พ. ดูกรสารีบุตร พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้ คือเรา อันเธอ
กำหนดซึ่งใจด้วยใจแล้วรู้ว่า พระผู้มีพระภาคเป็นผู้มีศีลอย่างนี้ มีธรรมอย่างนี้ มีปัญญาอย่างนี้
มีธรรมเป็นเครื่องอยู่อย่างนี้ หรือว่าหลุดพ้นแล้วอย่างนี้ ดังนี้ กระนั้นหรือ?
สา. หามิได้ พระเจ้าข้า.
พ. ดูกรสารีบุตร ก็ในข้อนี้ เธอไม่มีเจโตปริยญาณในพระอรหันตสัมมา-
*สัมพุทธเจ้าทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน เมื่อเป็นเช่นนั้น เพราะเหตุอะไร? เธอจึง
กล่าวอาสภิวาจาอย่างสูงนี้ เธอถือเอาวาทะแต่อย่างเดียวบันลือสีหนาทว่า พระพุทธเจ้าข้า ข้า
พระองค์เลื่อมใสในพระผู้มีพระภาคอย่างนี้ว่า สมณะหรือพราหมณ์อื่น ซึ่งจะรู้ยิ่งไปกว่าพระผู้มี
พระภาค ในทางพระปัญญาเครื่องตรัสรู้ มิได้มีแล้ว จักไม่มี และย่อมไม่มีในบัดนี้.
สา. ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ข้าพระองค์จะมีเจโตปริยญาณในพระอรหันตสัมมาสัมพุทธ-
*เจ้า ทั้งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบันก็หามิได้ แต่ว่า ข้าพระองค์รู้ได้ตามกระแสพระธรรม.

ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เปรียบเหมือนปัจจันตนครของพระราชามีเชิงเทินมั่นคง
มีกำแพงและหอรบหนาแน่น มีประตูเดียว คนเฝ้าประตูของพระราชาในนครนั้น มีปัญญาเฉลียว
ฉลาด ห้ามคนที่ไม่รู้จัก ให้คนที่รู้จักเข้าไป เขาเดินตรวจตามทางรอบนครนั้น ไม่พบที่ต่อหรือ
ช่องแห่งกำแพงโดยที่สุด แม้เพียงแมวอาจลอดออกไปได้ เขาจะพึงมีความคิดอย่างนี้ว่า สัตว์ตัว
เขื่องๆ ชนิดใดชนิดหนึ่ง จะเข้านครนี้หรือจะออกไป สัตว์เหล่านั้นทั้งหมด ย่อมเข้าหรือออกโดย
ประตูนี้เท่านั้น แม้ฉันใด ข้าพระองค์รู้ตามกระแสพระธรรม ก็ฉันนั้นเหมือนกัน พระอรหันต-
*สัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่าใด ที่ได้มีมาแล้วในอดีตกาล พระผู้มีพระภาคเหล่านั้นทุกพระองค์ ทรงละ
นิวรณ์ ๕ อันเป็นเครื่องเศร้าหมองแห่งใจ ทอนกำลังปัญญา ทรงมีพระหฤทัยตั้งมั่นดีแล้วในสติ
ปัฏฐาน ๔ ทรงเจริญโพชฌงค์ ๗ ตามความเป็นจริง ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณแล้ว
พระอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าเหล่าใด จักมีในอนาคตกาล ... จักตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิ-
*ญาณ แม้พระผู้มีพระภาคอรหันตสัมมาสัมพุทธเจ้าในบัดนี้ ก็ทรงละนิวรณ์ ๕ อันเป็นเครื่องเศร้า
หมองแห่งใจ ทอนกำลังปัญญา ทรงมีพระหฤทัยตั้งมั่นดีแล้วในสติปัฏฐาน ๔ ทรงเจริญโพชฌงค์
๗ ตามความเป็นจริง ตรัสรู้พระอนุตตรสัมมาสัมโพธิญาณ.
พ. ดีละๆ สารีบุตร เพราะเหตุนั้นแหละ เธอพึงกล่าวธรรมปริยายนี้เนืองๆ
แก่ภิกษุ ภิกษุณี อุบาสก อุบาสิกา ด้วยว่า โมฆบุรุษเหล่าใด จักมีความเคลือบแคลงหรือความ
สงสัยในตถาคต โมฆบุรุษเหล่านั้น จักละความเคลือบแคลงหรือความสงสัยนั้นเสีย เพราะได้ฟัง

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 8-2-2013 21:20:14 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 8-2-2013 21:38

๓) (ผู้ฟังถาม) ตายแล้วจะไปไหน ใครพาไป
        (....) ตอบ "ไม่มีใครพาไป ขึ้นอยู่กับลมหายใจสุดท้ายว่าจะได้ไปสวรรค์ หรือนรก"
        (ผู้ฟัง) ถ้าไม่มีใครพาไป จะรู้ได้อย่างไร ว่าเราทำบุญหรือบาปมาเท่าไร แล้วจะไปสวรรค์นานเท่าไร นรกนานเท่าไร
         (.....) ไม่รู้
คำถาม
พระโคดมผู้เจริญ ถ้าสมัยใด สัตว์ทอดทิ้งกายนี้ และยังไม่บังเกิดขึ้นด้วยการอื่น
สมัยนั้นพระโคมดม ย่อมบัญญัติ ซึ่งอะไร ว่าเป็นเชื้อแก่สัตว์นั้น
ถ้าถือว่า มันยังมีเชื้อยู่

พระศาสดาทรงตอบวัจฉะผู้ถามว่า
วัจฉะ! สมัยใด สัตว์ทอดทิ้งกายนี้ และยังไม่บังเกิดขึ้นด้วยกายอื่น
เรากล่าว สัตว์นี้ ว่ามีตัณหานั่นแหละเป็นเชื้อ
เพราะว่า สมัยนั้น ตัณหาย่อมเป็นเชื้อของสัตว์นั้น แล

การส่งผลแห่งกรรม พระศาสดาทรงตรัสว่า
กรรมที่ไม่ควร ส่องให้เห็นว่าไม่ควรก็มี
ส่องให้เห็นว่าควรก็มี และกรรมที่ควรแท้ๆ
ส่องให้เห็นว่าควรก็มี ให้เห็นว่าไม่ควรก็มี

กรรมดีหรือกรรมชั่วที่ให้ผลไว้ในกาลก่อนๆ หรือในกาลภายหลัง
หรือเขานั้นได้สมาทาน(ตริตรึก)พรั่งพร้อมแล้วในเวลาใกล้ตาย
เพราะฉะนั้น เขาตายไป จะไปบังเกิดสุคติหรือทุคตินั้น
ขึ้นอยู่กับ ๓ ปัจจัยนี้ครับ

แต่มีปัจจัยหนึ่งที่พระศาสดาทรงตรัสว่า่ หากเป็นผู้สาธยายพุทธวจน
จนคล่องปากขึ้นใจ แทงตลอดอย่างดีด้วยทิฏฐิ ในธรรมของพระศาสดา
หากหลงลืมทำกาละ หลงตาย พระศาสดา ตรัสรับรองว่า
จะได้ไปบังเกิดบนภพแห่งเทวดาและจะบรรลุธรรมที่ภพนั้น(อย่างใดอย่างหนึ่ง)


25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 8-2-2013 22:58:24 |ดูโพสต์ทั้งหมด
คมสัน ตอบกลับเมื่อ 8-2-2013 21:15
(๒)
คำถาม
นาฬันทสูตร ว่าด้วยธรรมปริยาย

คำว่า "โมฆบุรุษ" ที่เคยได้ยินมาไม่รู้ถูกหรือผิดไม่รู้
คือ ผู้ที่ไม่สามารถทำตามคำสอนของตถาคต ให้รู้แจ้งเห็นจริง ในธรรมคำสอน
หรือเพียงแต่รู้คำของตถาคต เพียงสักว่ารู้ เพียงสักว่าเห็น
หรือแม้แต่จับชายจีวรของพระตถาคต แต่ไม่รู้แจ้งเห็นจริงในธรรมตามคำสอนของตถาคต
(อาจจะทำมาผิด ถ้าผิดต้องขออโหสิกรรม)

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 9-2-2013 21:46:51 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 8-2-2013 22:58
คำว่า "โมฆบุรุษ" ที่เคยได้ยินมาไม่รู้ถูกหรือผิดไม่ร ...

โมฆบุรุษ เป็นคำที่พระศาสดาตรัสถึงภิกษุ เสียส่วนมาก(โดยเฉพาะในส่วนพระวินัย)
ที่กระทำสิ่งที่ผิดต่อคำสอนข้อมรรคและปฏิปทา(ทั้งที่รู้แล้วและยังไม่รู้) จึงทรงเรียกว่า โมฆบุรุ็ษ
แต่ไม่ได้ทรงตำหนิสาวกในเรื่องที่ท่านกล่าวว่าเพียงรู้ เพียงเห็น แต่ไม่รู้แจ้งในคำสอนแต่อย่างใด
เป๋นที่น่าสังเกตุว่า สำหรับพระอรหันต์ แม้กระทำผิดในครั้งแรก แต่พระองค์ไม่ทรงเรียก โมฆบุรุษ
แต่จะทรงกล่าวตักเตือนว่าการกระทำของเธอนั่น  ไม่เหมาะ ไม่สม ไม่ควร ไม่ใช่กิจของสมณะ ใช้ไม่ได้ ไม่ควรทำ
เพียงเท่านั้น  และก็ทรงบัญญัติวินัยในเรื่องนี้เลย
(หากภิกษุสาวก แม้อาจจะไม่ได้เป็นพระอรหันต์ แม้กระทำผิดเพียงครั้งแรก แต่พระองค์ก็ไม่ได้ปรับอาบัติเรื่องนั้น แต่จะบัญญัติวินัยเกี่ยวกับเรื่องนั้นขึ้นมา หากมีภิกษุทำผิดหลังจากนี้ จึงนับว่าเป็นอาบัติ)

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 9-2-2013 22:00:50 |ดูโพสต์ทั้งหมด
๔)  (....)การศึกษา พุทธวจนะ จะทำให้ศาสนาพุทธ อยู่ได้นาน และมีผู้รู้ได้ถูกต้องตามคำสอน
        (ผู้ฟัง) แต่ก่อนไม่มี พุทธวจนะ ทำไมศาสนาพุทธ ถึงอยู่ได้ถึง ๒๕๐๐ ปี และคงอยู่ได้ต่อไปจนครบ ๕๐๐๐ ปี      

คำถาม
ศาสนา มีอายุครับ ๕ พันปี เป็นสาวกภาษิตภายหลัง ไม่ใช่คำที่ออกจากพระโอษฐ์ ละทิ้งความคิดไปเสียครับ
ความตั้งมั่นของพระศาสนา พระศาสดาทรงตรัสนัยความหมายได้ดังนี้
๑. จำบทพยัญชนะมาถูก ความหมายถูก อธิบายถูก
๒.ภิกษุเป็นผู้ว่าง่าย อดมน ยอมรับฟังคำสั่งสอนด้วยความเคารพหนักแน่น
๓.ภิกษูผู้คล่องแคล่วในพุทธวจน ทรงธรรม ทรงวินัย ทรงแม่บท ต้องเป็นผู้ที่ขยันถ่ายทอดบอกสอนเนื้อความนั้นๆเพื่อไม่ให้ขาดผุ้เป็นมูลรากสืบต่อไป
๔.ภิกษุผู้เป็นเถระ(บวชนานเกิน ๑๐ ปี) ต้องไม่เป็นผู้นำในทางทราม ต้องมุ่งหน้าไปในกิจแห่งวิเวกธรรม ปรารภความเพียร เพื่อให้ถึงสิ่งที่ยังไม่ถึง เพื่อให้บรรลุสิ่งที่ยังไม่บรรลุ เพื่อทำให้แจ้งสิ่งที่ยังไม่ทำให้แจ้ง

๕.เป็นผู้ฉลาดในอายตนะ และปฏิจจสมุปบาท
๖.เป็นผู้เจริญสติปัฏฐานสี่

พระศาสนาคือธรรมวินัยของพระสัมมาสัมพุทธะ สืบมาถึงปัจจุบันนี้เพราะมีการสาธยายโดยการท่องจำสืบกันมา จนลงเป็นลายลักษณ์อักษร สมัยพระเจ้าอโศก(หลังพระพุทธเจ้าปรินิพพานเพียงสองร้อยกว่าปี คือรุ่นปู่) และถ่ายทอดมาสู่ ๙ สายในโลก หนึ่งในนั้นมาสู่สุวรรณภูมิ จนมาถึงปัจจุบัน ดังนั้น พุทธวจน ไม่ได้สูญหายไปเลยหลังพระศาสดาปรินิพพานตามที่ท่านเข้าใจ

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 9-2-2013 22:04:52 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 9-2-2013 22:06

ถ้ามีพุทธวจนะ ศึกษาตามนี้ จะทำให้มีอายุเกิน ๕๐๐๐ ปีหรือ
ถ้าศึกษาพุทธวจนะแล้วทำให้คนรู้ธรรมเห็นธรรม(นับจากพระโสดาบันขึ้นไป) มากขี้นหรือ


คำถาม
ตราบใดที่ยังมีข้อปฏิบัติมรรคมีองค์ ๘ ประการ มีผู้เดินตาม
ย่อมมีผู้เข้ามาสู่ธรรมวินัยนี้ เป็นผู้สำเร็จกิจในศาสนานี้ได้ โลกจะไม่ว่างเว้นจากพระอรหันต์
พระองค์ไม่ไ่ด้ทรงตรัสอายุของพระศาสนาไว้ แต่ตรัสว่า อย่าเป็นบุรุษพวกสุดท้ายที่รู้ธรรมของพระองค์เลย ท่านรู้ดังนี้ แนะนำว่าให้รีบศึกษาและบอกต่อได้แล้วนะครับ อย่าสงสัยลังเลในธรรมของพระองค์เลย

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 9-2-2013 22:16:35 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 12-2-2013 20:46

ผู้ศึกษาพุทธวจนะ รู้หมดแตกฉาน จะสำเร็จโสดาบันหรือไม่

คำถาม
พระโสดาบันเป็นผู้ถึงแล้วซึ่งทิฏฐิ สมบูรณ์ด้วยความเห็น
ประกอบพร้อมด้วยญาณอันเป็นเสขะ(อสาธารณญาณ ญาณที่ไม่มีได้ในคนทั่วไป)
เป็นผู้มีทัศนะอันหมดจดด้วยดี
เห็นเหตุเกิดและความดับของผัสสายตนะ ๖
เห็นเหตุเกิดและความดับของอุปาทานขันธ์ ๕
เห็นเหตุเกิดและความดับแห่งมหาภูตรูป ๔
เห็นตามที่เป็นจริงว่าสิ่งใดสิ่งหนึ่งมีความเกิดขึ้นเป็นธรรมดา สิ่งนั้นย่อมมีความดับไปเป็นธรรมดา
(และอีกหลายนัยมาก ให้ศึกษาคู่มือโสดาบัน)

ความเป็นพระโสดาบัน ไม่ได้ต้องศึกษาพุทธวจนทั้งหมด
แต่โสดาบันจะมีศรัทธาหยั่งลงมั่นในพระพุทธเจ้า พระธรรม และพระสงฆ์ของพระองค์
มีศีลอันเป็นศีลที่บริบูรณ์ พระองค์ให้พยากรณ์ตนนั้นแหละว่า เป็นพระโสดาบัน
ผู้ยืนจรดประตูแห่งธรรม

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 9-2-2013 22:20:41 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 9-2-2013 22:22

ถ้ารู้ธรรมทั้งหมดตามที่พระตถาคตสอน แล้วตนเองนำคำสอนมาทำไม่ได้ ก็เป็นเพียงรู้หนังสือหรือไม่(ไม่มีในตน) ไม่ทำให้เกิดประโยชน์สูงสุดแก่ตนเองหรือไม่  

คำถาม
พระองค์ทรงเรียกบุคคลประเภทนี้ อุปมาเปรียบเหมือน หนูขุดรู แต่ไม่อยู่

ดูกรภิกษุทั้งหลาย ก็บุคคลเป็นดุจหนูขุดรูแต่ไม่อยู่อย่างไร
บุคคลบางคนในโลกนี้ ย่อมเล่าเรียนธรรม คือ
สุตตะ เคยยะ ไวยากรณ์ คาถา อุทาน
อิติวุตตกะ ชาดก อัพภูตธรรม เวทัลละ
แต่เขาไม่ทราบชัดตามความเป็นจริงว่า
นี้ทุกข์
นี้ทุกขสมุทัย
นี้ทุกขนิโรธ
นี้ทุกขนิโรธคามินีปฏิปทา

บุคคลเป็นดุจหนูขุดรูแต่ไม่อยู่อย่างนี้แล


ดังนั้นผู้ที่ไม่รู้อริยสัจสี่ แม้จะสั่งสมสุตตะเล่าเรียนพุทธวจนมา ก็ถือว่าเขานั้นยังเป็นผู้ต้องร้อนอยู่ด้วยทุกข์

แสดงความคิดเห็น

อรนุช  ชัดเจนดีมาก  โพสต์เมื่อ 11-2-2013 09:07
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 30-5-2020 15:35 , Processed in 0.080750 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน