กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
เจ้าของ: qqqqq

มีความไม่เข้าใจในโสดาบัน

[คัดลอกลิงก์]

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5956
ความดี
3595
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-6-2020
โพสต์เมื่อ 10-2-2013 20:02:09 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 10-2-2013 20:23
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 9-2-2013 22:48
ไม่รู้เข้าใจผิดหรือไม่
การทำจะทำผิดศีล ๕ ที่ว่าเกิด ...

พระศาสดาทรงตรัสว่า
อกุศลธรรมใดที่เป็นไปในส่วนของอุกศล
ทั้งหมดนั้นมีใจเป็นใหญ่ มีใจเป็นประธาน มีใจเป็นหัวหน้า
ใจนั้นเกิดก่อนอกุศลธรรมเหล่านั้นทั้งหมด เพราะเหตุนั้นในเรื่องนี้
พระศาสดาจึงไม่ทรงเห็นแม้อย่างหนึ่ง
ที่กระทำให้อกุศลธรรมอันใดที่ยังไม่เกิดขึ้น ให้เกิดขึ้น
และกุศลธรรมอันใดที่เกิดขึ้นแล้วเสื่อมไปได้ เหมือนความประมาทเลย

ผู้ประมาทคือผู้ไม่สำรวมอินทรีย์ ผู้ที่ไม่สำรวมอินทรีย์ คือผู้อยู่ด้วยความประมาทโดยแท้
ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ แม้นี้คืออินทรีย์ทั้งหลาย
มารย่อมได้ช่องอันเป็นทางเดินแห่งมาร(คืออกุศลธรรมใด) แก่ผู้ไม่สำรวมอินทรีย์นี้อยู่
เพราะความไม่กระทำในใจไว้โดยแยบคายในกุศลธรรมใดอยู่ สติและสัมปชัญญะของเขานั้นย่อมไม่บริบูรณ์
ความที่ไม่มีสติและสัมปชัญญะที่ไม่บริบูรณ์ ย่อมยังการไม่สำรวมอินทรีย์ให้บริบูรณ์
การไม่สำรวมอินทรีย์ที่บริบูรณ์ ย่อมยังทุจริต ๓ คือ กายทุจริต วจีทุจริต มโนทุจริต ให้บริบูรณ์ โดยอาการนี้

คำถาม
ก่อนที่จะกายและวาจาจะกระทำ เกิดจากใจหรือไม่ ไม่รู้ หรือกระทำโดยไม่มีใจดำริหรือไม่

พระศาสดาตรัสว่า เรากล่าวซึ่งเวตนาว่าเป็นกรรม
บุคคลเจตนาแล้วจึงกระทำกรรมด้วย กาย วาจา และใจ
เพราะเมื่อใจคิดถึงสิ่งใดอยู่ ดำริถึงสิ่งใดอยู่ และมีใจฝังลงไปในสิ่งใดอยู่
สิ่งนั้นย่อมเป็นอารมณ์เพื่อการตั้งอยู่แห่งวิญญาณ
เมื่อวิญญาณมีอยู่ การก้าวลงสู่นามรูปย่อมมี ชื่อว่าภพย่อมมีขึ้น(กรรมเกิดขึ้น)
ภพ หรือ กรรมนั้น มีเพราะวิญญาณตั้งอาศัยอยู่ในนามรูป(รูป เวทนา สัญญา สังขาร)

บุคคล คิดถึง ดำริถึง และมีใจฝั่งลงไปในสิ่งใดแล้วนั้น ชื่อว่า กรรมเกิดขึ้นแก่เขาแล้วนั้น
หากบุคคลไม่คิดถึงสิ่งใด ไม่ได้ดำริถึงสิ่งใด แต่มีใจฝังลงไปในสิ่งนั้นอยู่(อันเกิดจากอนุสัย) ชื่อว่า กรรมกิดขึ้นแก่เขาแล้วเช่นกัน
หากบุคคลไม่คิดถึงสิ่งใด ไม่ได้ดำริถึงสิ่งใด และำไม่มีใจฝังลงไปในสิ่งใดอยู่ ชื่อว่าเป็นไปเพื่อความสิ้นกรรม

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5956
ความดี
3595
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-6-2020
โพสต์เมื่อ 10-2-2013 20:22:03 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 10-2-2013 20:24
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 9-2-2013 22:48
ไม่รู้เข้าใจผิดหรือไม่
การทำจะทำผิดศีล ๕ ที่ว่าเกิด ...
คำถาม
"คงมีผู้ตัดสินอยู่แล้ว เพราะทำแค่ไหนไปสวรรค์ ทำแค่ไหนไปนรก " หรือไม่ ไม่รู้

ผู้เห็นด้วยทิฏฐิอย่างนี้อยู่ ชื่อว่าเป็นผู้มีความเห็นว่า กรรม คือ สุขและทุกข์นั้น มีผู้ใดบันดาลให้
พระโสดาบันผู้มีจิตตกแล้วซึ่งกระแสแห่งอริยญายธรรม (ธรรมที่กระทำให้บุคคลเป็นอริยะได้) ได้แก่ด้วยความเห็นว่า
เพราะสิ่งนี้มี, สิ่งนี้จึงมี
เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น
เพราะสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้จึงไม่มี
เพราะความดับไปแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป

ข้อนี้ ได้แก่สิ่งเหล่านี้คือ
เพราะมีอวิชชา เป็นปัจจัย จึงมีสังขารทั้งหลาย
เพราะมีสังขารเป็นปัจจัย จึงมีวิญญาณ
เพราะมีวิญญาณเป็นปัจจัย จึงมีนามรูป
เพราะมีนามรูปเป็นปัจจัย จึงมีสฬายตนะ
เพราะมีสฬายตนะเป็นปัจจัย จึงมีผัสสะ
เพราะมีผัสสะเป็นปัจจัย จึงมีเวทนา
เพราะมีเวทนาเป็นปัจจัย จึงมีตัณหา
เพราะมีตัณหาเป็นปัจจัย จึงมีอุปาทาน
เพราะมีอุปาทานปัจจัย จึงมีภพ
เพราะมีภพเป็นปัจจัย จึงมีชาติ
เพราะมีชาติ เป็นปัจจัย
ชรามรณะ โสกะปริเทวะทุกขะโทมนัสอุปายาสทั้งหลาย จึงเกิดขึ้นครบถ้วน
ความเกิด ขึ้นพร้อมแห่งก่องทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมี ด้วยอาการอย่างนี้

เพราะความจางคลายดับไปโดยไม่เหลือแห่งอวิชชานั้นนั่นเทียว จึงมีความดับแห่งสังขาร
เพราะมีความดับแห่งสังขาร จึงมีความดับแห่งวิญญาณ
เพราะมีความดับแห่งวิญญาณ จึงมีความดับ แห่งนามรูป
เพราะมีความดับแห่งนามรูป จึงมีความดับแห่งสฬายตนะ
เพราะมีความดับแห่งสฬายตนะ จึงมีความดับแห่งผัสสะ;
เพราะมีความแห่งผัสสะ จึงมีความดับแห่งเวทนา
เพราะมีความดับแห่งเวทนาจึงมีความดับแห่งตัณหา
เพราะมีความดับแห่งตัณหา จึงมีความดับแห่งอุปาทาน
เพราะมีความดับแห่งอุปาทาน จึงมีความดับแห่งภพ
เพราะมีความดับแห่งภพ จึงมีความดับแห่งชาติ
เพราะมีความดับแห่งชาตินั่นแล
ชรามรณะ โสกะปริเทวะทุกขุโทมนัสอุปายาสทั้งหลาย จึง ดับสิ้น
ความดับลงแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยอาการอย่างนี้

หากมีผู้ใดกำหนดแล้วซึ่งสุขและทุกข์ ว่าพึงมีแก่ผู้นี้เท่านี้ แก่ผู้นั้นเท่านั้น
ความสิ้นไปแห่งสุขและทุกข์ อันเป็นของที่เป็นทุกขสัจ(สัจจะของความแปรปรวนและดับไปได้)
ย่อมไม่พึงปรากฏขึ้นได้แก่สัตว์ผู้เสวยซึ่งเวทนานั้นอยู่
สัตว์ย่อมไม่อาศัยซึ่งความเพียรใดอันที่จะพาข้ามพ้นไปสู่ฝั่งจากที่ไม่ใช่ฝั่งได้เลย
ความพอใจหรือความพยายามว่ากิจนี้ควรทำหรือไม่ว่ากิจนี้ไม่ควรทำย่อมจะมีขึ้นไม่ได้

แท้จริงแล้ว กรรม คือ สุขและทุกข์ของสัตว์นั้น ถึงความเกิดขึ้นได้เพราะ ผัสสะ
และถึงความดับไปได้เพราะความดับไปแห่งผัสสะนั้นเอง
ชื่อว่ากล่าวตรงตามที่เป็นจริงตามพระศาสดาบัญญัติำไว้่

ท่านคิว(หลายตัว) ต้องลองเข้ามาศึกษาพุทธวจนดูนะครับ ฝังซีดีพระอาจารย์มากๆ แล้วจะหายสงสัยไปเอง

106

กระทู้

0

เพื่อน

2379

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
0
สตางค์
1366
ความดี
558
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
17-4-2019
โพสต์เมื่อ 11-2-2013 09:13:10 |ดูโพสต์ทั้งหมด
พระอาจารย์กล่าวคำตถาคต ว่า  เรากล่าวซึ่งเจตนว่าเป็นกรรม   รายละเอียดรออ่านของคุณคมสันนะ

แสดงความคิดเห็น

คมสัน  ตามที่คุณอรนุชยกคำพระศาสดากล่าวนั้น สมควรแล้วครับ สาธุ...  โพสต์เมื่อ 11-2-2013 20:32

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 18-2-2013 22:01:29 |ดูโพสต์ทั้งหมด
อรนุช ตอบกลับเมื่อ 11-2-2013 09:13
พระอาจารย์กล่าวคำตถาคต ว่า  เรากล่าวซึ่งเจตนว่าเป็น ...

เจตนา เกิดที่ไหนหรือ แสดงว่ากรรมเกิดที่นั้นหรือไม่

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5956
ความดี
3595
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
29-6-2020
โพสต์เมื่อ 18-2-2013 22:04:47 |ดูโพสต์ทั้งหมด
เจตนา คือ การดำริขึ้นแห่งใจ โดยเมื่อคิดถึงสิ่งใด ดำริถึงสิ่งใด และมีใจฝังลงไปในสิ่งใดอยู่
ใจหรือวิญญาณนั้นไปตั้งอาศัยในสิ่งใดแล้วนั้น กล่าวว่านั้นคือ เจตนา
เมื่อวิญญาณตั้งอาศัยอยู่ในนามรูป กรรม(ภพ) ย่อมเกิดขึ้น
พระศาสดาจึงทรงตรัสว่า เรากล่าวซึ่งเจตนาว่าเป็นกรรม
12
กลับไป ตั้งกระทู้ใหม่
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 12-7-2020 13:46 , Processed in 0.069252 second(s), 20 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน