กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 3214|ตอบกลับ: 14

มีความไม่เข้าใจในโสดาบัน

[คัดลอกลิงก์]

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 5-2-2013 20:51:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 5-2-2013 21:00

ผู้ที่เป็นพระโสดาบันแล้วกล้บมาเป็นคนธรรมดาเหมือนก่อนได้ใหม
ผู้เป็นพระสกทาคามี แล้วกลับมาเป็นพระโสดาหรือคนธรรมดาเหมือนก่อนได้ใหม
ผู้เป็นพระอนาคามี กลับมาเป็นพระสกทาคามี หรือพระโสดาหรือคนธรรมดาเหมือนก่อนได้ใหม
ผู้เป็นพระอรหันต์ กลับมาเป็นพระอนาคามี หรือพระสกทาคามี หรือพระโสดาหรือคนธรรมดาเหมือนก่อนได้ใหม
ถ้ากลับมาไม่ได้
ผู้ที่เป็นโสดาบันทั้งหลายตามพุทธวจนะ ต่อไปจะไม่ทำผิดศีลหรือไม่ หรือต่อไปไม่เกิดในภูมิที่ต่ำกว่ามนุษย์
หรือไม่ มีอะไรรับประกันว่าเป็นโสดานี้ และวันต่อไป ไม่แปลเป็นคนธรรมดา
เพราะได้ยินผู้ที่อ่านพุทธวจนะ เขาบอกว่าเขาได้โสดาบัน ตามพุทธวจนะ (ก็เลยสงสัยเขาเป็นง่ายขนาดนี้หรือ)
ก็เลยเป็นเหตุที่มีคำถามนี้เพราะความรู้น้อย และแยกแยะไม่ออกว่าคนเห็นด้วยตาแล้ว ว่าคนพระโสดาบันหรือไม่

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 5-2-2013 22:20:34 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 5-2-2013 22:30

ผู้ถามสามารถเข้าไปศึกษาในหนังสือคู่มือโสดาบันที่พระอาจารย์เมตตารวบรรวมไว้แล้วได้นะครับ

ขอให้ทราบว่า พระโสดาบัน จะเป็นผู้มีจิตตกแล้วสู่กระแสพระนิพพาน
จะเป็นผู้มีธรรมอันไม่เสื่อมไปจากที่มีอยู่ก่อน
เป็นผู้มีธรรมอันไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา
คติของพระโสดาบัน เป็นผู้ที่มีนรกสิ้นแล้ว มีกำเนิดเดรัจฉานสิ้นแล้ว
มีเปรตวิสัยสิ้นแล้ว มีอบายทุคติ วินิบาตสิ้นแล้ว
เที่ยงแท้ต่อพระนิพพานและจะตรัสรู้ในภายภาคหน้าได้

คำถาม
พระโสดาบันจะมีภพเวียนกลับมาได้เพียงมนุษยืและเทวดาเท่านั้น ไม่มีภพที่ ๘ สำหรับพระโสดาบัน
เมื่อเป็นพระโสดาบันแล้ว ย่อมไม่เนื่องด้วยปุถุชนในภพใดอีก
(รวมถึงสกทาคามี อนาคามี และ อรหันต์)
ผู้ที่ได้อริยบุคคลใดในชั้นใดแล้ว ย่อมไม่มีการได้กลับมาสู่ชั้นที่กระทำให้สังโยชน์นั้นละขาดแล้ว
พระโสดาบันจะเป็นผู้บริบูรณ์ในศีล กระทำได้พอประมาณในสมาธิ และปัญญา
แต่เพราะสังโยชน์ ๓ ของเขานั้นสิ้นไปแล้ว ได้แก่
สักกายทิฏฐิ(ละความเห็นว่าสังขารทั้งหลายนี้เป็นของเที่ยง พึงเห็นว่าเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา)
วิจิกิจฉา(ละความสงสัยในมรรคและปฏิปทา)
สีลัพพตปรามาส(ละความเห็นข้อปฏิบัติทางกาย วาจา ของความเชื่อเหล่าอื่นว่ามีผลกระทำให้ทุกข์สิ้นไป)

ความเป็นพระโสดาบันเป็นง่ายหรือยาก อยู่ที่อินทรีย์ ๕ ของเขานั้น
ไม่มีการพยากรณ์ใดของความเป็นพระโสดาบันจากบุึคคลอื่น
เว้นเสียแต่พระศาสดาและบุคคลที่เหมือนพระองค์เท่านั้น
แต่ผู้ที่ประกอบพร้อมแล้วด้วยอริยมรรค ๘ ประการ
ผู้มีโสตาปัตติยังคทั้งหลาย ๔ ประการ
(มีศรัทธาอย่างหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระะรรม พระสงฆ์ และ มีศีลที่พระอริยเจ้าพอใจฯ)
รวมถึงคุณสมบัติทั้งหลายในหนังสือที่กล่าวรวบรวมไว้
พระศาสดาทรงตรัสว่า นี้พึงพยากรณ์ตนเองว่าเป็นพระโสดาบัน ก็พึงทำได้

6

กระทู้

9

เพื่อน

1072

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
2
สตางค์
846
ความดี
90
ชื่อเสียง
4
ล่าสุด
28-11-2015
โพสต์เมื่อ 6-2-2013 08:45:00 |ดูโพสต์ทั้งหมด
โคธาสูตร (ปัญหาเกี่ยวกับการเป็นพระโสดาบัน)
                  
กบิลพัสดุ์นิทาน. ครั้งนั้น พระเจ้ามหานามศากยราช เสด็จเข้าไปหาเจ้าศากยะพระนามว่า โคธา ครั้นแล้วได้ตรัสถามว่า
ดูกรโคธา พระองค์ย่อมทรงทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมกี่ประการ ว่า เป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า?  เจ้าศากยะพระนามว่า โคธาตรัสตอบว่า
ดูกรมหานาม หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการ ว่า เป็นพระโสดาบัน  ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน? อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ เป็นผู้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์
หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ว่า เป็นพระโสดาบัน มีความไม่ตกต่ำเป็นธรรมดา เป็นผู้เที่ยงที่จะตรัสรู้ในเบื้องหน้า.
ดูกรมหานาม ก็พระองค์เล่าย่อมทรงทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมกี่ประการ ว่าเป็นพระโสดาบัน...?
ม. ดูกรโคธา หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ว่าเป็นพระโสดาบัน ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน? อริยสาวกในพระธรรมวินัยนี้ประกอบด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้ว ไม่ขาด ฯลฯ เป็นไปเพื่อสมาธิ ดูกรโคธา หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการนี้แล ว่าเป็นพระโสดาบัน
โค. จงรอก่อน มหานาม จงรอก่อน มหานาม พระผู้มีพระภาคเท่านั้น จะพึงทรงทราบเรื่องนี้ ว่าบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมเหล่านี้ หรือมิใช่ที่เป็นพระโสดาบัน?
ม. ดูกรโคธา เรามาเฝ้าพระผู้มีพระภาคกันเถิด แล้วจักกราบทูลเนื้อความนี้แก่พระองค์.
ครั้งนั้น เจ้าศากยะพระนามว่า มหานามและเจ้าศากยะพระนามว่า โคธา เสด็จเข้าไปเฝ้าพระผู้มีพระภาคถึงที่ประทับ ทรงถวายบังคมพระผู้มีพระภาคแล้ว ประทับนั่ง ณ ที่ควรส่วนข้างหนึ่ง ครั้นแล้ว เจ้าศากยะพระนามว่า มหานามได้กราบทูลว่า
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ขอประทานพระวโรกาส หม่อมฉันเข้าไปหาเจ้าศากยะพระนามว่า โคธา ได้กล่าวถามว่า ดูกรโคธา
พระองค์ย่อมทรงทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมกี่ประการ ว่าเป็นพระโสดาบัน ?
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อหม่อมฉันกล่าวถามอย่างนี้แล้ว เจ้าโคธาศากยะ ได้ตรัสตอบหม่อมฉันว่า ดูกรมหานาม หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการว่าเป็นพระโสดาบัน ธรรม ๓ ประการเป็นไฉน ?  อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ประกอบด้วย ความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์ หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๓ ประการนี้แล ว่าเป็นพระโสดาบัน ก็พระองค์เล่า ย่อมทรงทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมกี่ประการ ว่าเป็นพระโสดาบัน?

6

กระทู้

9

เพื่อน

1072

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
2
สตางค์
846
ความดี
90
ชื่อเสียง
4
ล่าสุด
28-11-2015
โพสต์เมื่อ 6-2-2013 08:45:22 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ เมื่อเจ้าโคธาศากยะตรัสถามอย่างนี้แล้ว หม่อมฉันตอบว่า ดูกรโคธา หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการ ว่าเป็นพระโสดาบัน ธรรม ๔ ประการเป็นไฉน?  อริยสาวกในธรรมวินัยนี้ ประกอบ ด้วยความเลื่อมใสอันไม่หวั่นไหวในพระพุทธเจ้า ในพระธรรม ในพระสงฆ์ ประกอบด้วยศีลที่พระอริยเจ้าใคร่แล้วไม่ขาด เป็นไปเพื่อสมาธิ หม่อมฉันย่อมทราบบุคคลผู้ประกอบด้วยธรรม ๔ ประการเหล่านี้แล ว่าเป็นพระโสดาบัน
เมื่อหม่อมฉันกล่าวตอบอย่างนี้แล้ว เจ้าโคธาศากยะได้ตรัสกะหม่อมฉันว่า จงรอก่อน มหานาม จงรอก่อน มหานาม พระผู้มีพระภาคเท่านั้นจะพึงทรงทราบเรื่องนี้ว่า บุคคลผู้ประกอบด้วยธรรมเหล่านี้ หรือมิใช่ที่เป็นพระโสดาบัน?
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความบังเกิดแห่งเหตุเฉพาะบางประการ พึงบังเกิดขึ้นได้ในธรรมวินัยนี้ คือ ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์ (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันพึงเป็นฝ่ายนั้น ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำหม่อมฉันว่า เป็นผู้เลื่อมใสอย่างนี้.
ฯลฯ... ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์และภิกษุณีสงฆ์ (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันเป็นฝ่ายนั้น ...
ฯลฯ... ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ และอุบาสกทั้งหลาย (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันเป็นฝ่ายนั้น ...
ฯลฯ... ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ อุบาสกทั้งหลาย และอุบาสิกาทั้งหลาย (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันเป็นฝ่ายนั้น ...
ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ ความบังเกิดแห่งเหตุเฉพาะบางประการ พึงบังเกิดขึ้นได้ในธรรมวินัยนี้ คือ ฝ่ายหนึ่งเป็นพระผู้มีพระภาค (ตรัส) และฝ่ายหนึ่งเป็นภิกษุสงฆ์ ภิกษุณีสงฆ์ อุบาสกทั้งหลาย และอุบาสิกาทั้งหลาย โลกพร้อมทั้งเทวโลก มารโลก พรหมโลก หมู่สัตว์พร้อมทั้งสมณพราหมณ์ เทวดา และมนุษย์ (กล่าว) ฝ่ายใด พระผู้มีพระภาคตรัส หม่อมฉันพึงเป็นฝ่ายนั้น ขอพระผู้มีพระภาคโปรดทรงจำหม่อมฉันว่า เป็นผู้เลื่อมใสอย่างนี้.
พระผู้มีพระภาคตรัสถามว่า
ขอถวายพระพร มหาบพิตร ผู้มีวาทะอย่างนี้ ย่อมตรัสอะไรกะพระเจ้ามหานามศากยราช
เจ้าโคธาศากยะกราบทูลว่า ข้าแต่พระองค์ผู้เจริญ หม่อมฉันผู้มีวาทะอย่างนี้ มิได้พูดอะไรกะพระเจ้ามหานามศากยราช นอกจากกัลยาณธรรม นอกจากกุศล.
พระสุตตันตปิฎก เล่มที่ ๑๑ สังยุตตนิกาย มหาวารวรรค ข้อที่ ๑๕๑๓ หน้าที่ ๓๗๑

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 6-2-2013 23:52:15 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ขออภัยที่ต้องถามต่อ
เขาบอกว่า
"มีศรัทธาอย่างหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระะรรม พระสงฆ์ และ มีศีล ๕ บริสุทธิ์"
เขาได้โสดาบันตาม พุทธวจนะ กล่าวข้อหนึ่ง ในหลายข้อของพระโสดาบัน ตามพุทธวจนะ
เลยตอบว่าไม่รู้ได้จริงหรือไม่จริง ตรวจสอบคนอื่นไม่ได้ เคยได้ยินว่าคนที่ได้ธรรมว่า "ผู้ที่จะรู้ธรรมเห็นธรรม ต้องรู้เองเห็นเอง"
และตามคำตอบข้างบนคงไม่ใช่หรือไม่(ไม่รู้) ถ้าผู้ที่ได้โสดาบันต้องมีตามนี้
"พระโสดาบันจะเป็นผู้บริบูรณ์ในศีล กระทำได้พอประมาณในสมาธิ และปัญญา
แต่เพราะสังโยชน์ ๓ ของเขานั้นสิ้นไปแล้ว ได้แก่
สักกายทิฏฐิ(ละความเห็นว่าสังขารทั้งหลายนี้เป็นของเที่ยง พึงเห็นว่าเป็นทุกข์ เป็นอนัตตา)
วิจิกิจฉา(ละความสงสัยในมรรคและปฏิปทา)
สีลัพพตปรามาส(ละความเห็นข้อปฏิบัติทางกาย วาจา ของความเชื่อเหล่าอื่นว่ามีผลกระทำให้ทุกข์สิ้นไป)"
ถ้าผู้ที่มี "มีศรัทธาอย่างหยั่งลงมั่นไม่หวั่นไหว ในพระพุทธ พระะรรม พระสงฆ์ และ มีศีล ๕ บริสุทธิ์" คงไม่เพียงพอ
ทึ่จะได้โสดาบัน หรือต้องมีข้ออื่นเพิ่มด้วยหรือไม่
    สุดท้ายนี้ แล้วแต่ใครเขาว่าเขาได้อะไร จริงหรือเท็จ อยู่ที่ตัวเขา  คงไม่กล้าว่าตามเขาว่าใช่ตามเขาก็ดี หรือไม่ใช่ตามที่เขาว่าก็ดี
    ผู้ใดทำได้ทำถูก คงได้เอง รู้เอง เห็นเอง

6

กระทู้

9

เพื่อน

1072

เครดิต

สมาชิกระดับ 5

Rank: 6Rank: 6

บล็อก
2
สตางค์
846
ความดี
90
ชื่อเสียง
4
ล่าสุด
28-11-2015
โพสต์เมื่อ 7-2-2013 08:41:19 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ถูกต้องครับ ความเป็นโสดาบัน ถ้าไม่ใช่พระตถาคตพยากรณ์ ก็ต้องเป็นตนเองครับ เหมือนกินข้าว จะถามผู้อื่นว่า ฉันอิ่มหรือยัง คงไม่ได้ ส่วนจะจริงหรือเท็จนั้น อาจจะหลอกผู้อื่นได้ แต่หลอกตัวเองไม่ได้ แล้วถ้าเข้าใจผิดคิดว่าตนเองเป็น ก็ยิ่งดี เพราะจะได้ยิ่งปฏิบัติรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ ไม่ทะลุ ไม่ขาด ไม่ด่าง ไม่พร้อย ส่วนเรื่อง มีศรัทธาอย่างหยั่งลงมั่น ไม่หวั่นไหวใน พระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์ ก็ต้องหยั่งลงมั่นจนสุดใจแหละครับ จะพูดว่าเหมือนงมงายในพระพุทธเจ้าเลยก็ว่าได้ และโสตาปัตติยังค 4 พระพุทธเจ้าทรงยืนยันแล้วครับว่า ได้เป็นโสดาบันแน่ๆ ถ้าไม่เชื่อก็จะไปติดในเรื่อง วิจิกิจฉา อีก
อย่าสงสัยอีกเลยครับ ปฏิบัติตามมรรค ปฏิปทา ที่พระพุทธองค์ ตรัสสอนไว้ สักวันจะถึงเส้นชัยเองครับ

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 7-2-2013 20:50:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สงสัยคำว่า
"ปฏิบัติรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ ไม่ทะลุ ไม่ขาด ไม่ด่าง ไม่พร้อย"
ทำแค่ไหนถึงบริสุทธิ์ ไม่ทะลุ ไม่ขาด ไม่ด่าง ไม่พร้อย
ทำแค่ กาย ในข้อ ๑ ๒ ๓ ๕ ทำแค่วาจาในข้อ ๔
หรือ
ทำทั้งกายวาจาใจ ในทุกข้อ
เคยได้ยินมาว่า "ซื้อหวยไม่ผิดศีลข้อ ๒" ไม่รู้ผิดจริงหรือไม่จริง
"คิดจะฆ่าสัตว์ ไม่ผิดศีข้อ ๑ แค่คิดกายยังไม่ได้ทำให้สัตว์ตาย" เคยถามว่าไม่ผิดศีลจริงหรือ
"คิดจะด่าว่าคนอื่น ไมผิดศีลข้อ ๔ แค่คิดวาจายังไม่ได้ด่า" เคยถามว่าไม่ผิดศีลจริงหรือ

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 8-2-2013 20:48:56 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 6-2-2013 23:52
ขออภัยที่ต้องถามต่อ
เขาบอกว่า
"มีศรัทธาอย่างหยั่งลง ...

นัยความเป็นพระโสดาบัน มีหลายนัยมากครับ
แต่การพยากรณ์ตนว่าเป็นโสดาบันนั้น พระศาสดาก็ตรัสไว้แล้่วว่า
เพียงเป็นผู้มีโสตาปัตติยังคะทั้งหลาย สี่ประการนี้
ย่อมชื่อว่าเป็นคนในวงของพระศาสดาแล้ว เพียงเท่านี้ประโยชน์ใดจะกล่าวหาความเป็นอย่างอื่นอีกในพระโสดาบัน

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 8-2-2013 21:01:01 |ดูโพสต์ทั้งหมด
qqqqq ตอบกลับเมื่อ 7-2-2013 20:50
สงสัยคำว่า
"ปฏิบัติรักษาศีล 5 ให้บริสุทธิ์ ไม่ทะลุ ไม ...

ศีล เป็นข้อปฏิบัติที่ครอบคลุมในส่วน กาย และ วาจา
ผู้มีศีลที่บริบูรณ์ ก็คือไม่เป็นผู้มีศีลที่ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย
แค่ไหนถึงความเป็นผู้บริสุทธิ์โดยศีล ก้ตามที่พระศาสดาบัญญัตแต่ละข้อนั่นเองครับ
เช่น ข้อที่ ๑ ห้ามห่าสัตว์ ผู้ปลงชีวิตสัตว์ให้ขาดไปแล้ว ชื่อว่า ศีลข้อหนึ่งถึงความไม่บริบูรณ์
แต่หากกระทำสัตว์โดยไม่ถึงความขาดชีวิตไป ก็ชื่อว่ามีศีลที่ ขาด ทะลุ ด่าง พร้อย

ใจหากเพียงคิดอกุศล แต่ยังไม่ได้ลงมือกระทำไป ชื่อว่าถึงพร้อมด้วยมดนกรรมทุจริต
ไม่ได้เป็นการล่วงละเมิดศีล แต่เป็นการสร้างภพอันเป็นอบายให้แก่จิตตน
และมโนกรรมนี้พระศาสดาทรงตรัสว่าเป็นกรรมที่ให้โทษหนักที่สุดในบรรดากรรมทั้งหลาย
คือ กายกรรม วจีกรรม และมโนกรรม
ดังนั้นจึงควรเป็นผู้สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลายอยู่เถิด
ศีลที่เป็นไทต่อตัณหา(ปราศจากตัณหา) ไม่ถูกลูบคลำด้วยทิฏฐิ(ความเห็นผิด) ผู้รู้สรรเสริญและเป็นศีลที่เป็นไปเพื่อสมาธิ
นี้คือความบริบูรณ์ของศีลทั้งสิ้นครับ

25

กระทู้

0

เพื่อน

980

เครดิต

สมาชิกระดับ 4

Rank: 4

บล็อก
0
สตางค์
530
ความดี
236
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
2-3-2019
โพสต์เมื่อ 9-2-2013 22:48:43 |ดูโพสต์ทั้งหมด
แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย qqqqq เมื่อ 10-2-2013 01:24

ไม่รู้เข้าใจผิดหรือไม่
การทำจะทำผิดศีล ๕ ที่ว่าเกิดจากการกระทำของกาย และวาจา
ก่อนที่จะกายและวาจาจะกระทำ เกิดจากใจหรือไม่ ไม่รู้ หรือกระทำโดยไม่มีใจดำริหรือไม่
ถ้าใจดำริแล้วจะกระทำผิดหรือไม่กระทำผิดตามว่า จะผิดหรือไม่
ตามที่เข้าใจ แล้วแต่ผู้ใดจะพิจารณาเอง
ตามความคิดเห็นส่วนตัว(อุปทานของตน) ไม่รู้ผิดหรือถูก
"คงมีผู้ตัดสินอยู่แล้ว เพราะทำแค่ไหนไปสวรรค์ ทำแค่ไหนไปนรก " หรือไม่ ไม่รู้
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 1-6-2020 06:21 , Processed in 0.056768 second(s), 18 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน