กรุณาเลือก แสดงผลรูปแบบโทรศัพท์มือถือ | แสดงผลรูปแบบคอมพิวเตอร์

สุขาปฏิปทา

 ลืมรหัสผ่าน
 สมัครสมาชิก
ดู: 1767|ตอบกลับ: 3

สงสัยคำและความหมายเรื่องการเห็นจิตในจิต ครับ.....

[คัดลอกลิงก์]

4

กระทู้

6

เพื่อน

211

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
153
ความดี
31
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
19-7-2015
โพสต์เมื่อ 4-2-2013 20:23:10 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุเป็นผู้มีปกติพิจารณาเห็นจิตในจิตอยู่ นั้นเป็นอย่างไรเล่า ?
ภิกษุทั้งหลาย ! ภิกษุในกรณีนี้
(๑) รู้ชัดซึ่งจิตอันมีราคะ ว่า “จิตมีราคะ”
(๒) รู้ชัดซึ่งจิตอันปราศจากราคะ ว่า “จิตปราศจากราคะ”
(๓) รู้ชัดซึ่งจิตอันมีโทสะ ว่า “จิตมีโทสะ”
(๔) รู้ชัดซึ่งจิตอันปราศจากโทสะ ว่า “จิตปราศจากโทสะ”
(๕) รู้ชัดซึ่งจิตอันมีโมหะ ว่า “จิตมีโมหะ”
(๖) รู้ชัดซึ่งจิตอันปราศจากโมหะ ว่า “จิตปราศจากโมหะ”
(๗) รู้ชัดซึ่งจิตอันหดหู่ ว่า “จิตหดหู่”
(๘) รู้ชัดซึ่งจิตอันฟุ่งซ่าน ว่า “จิตฟุ้งซ่าน”
(๙) รู้ชัดซึ่งจิตอันถึงความเป็นจิตใหญ่ ว่า “จิตถึงแล้วซึ่งความเป็นจิตใหญ่
(๑๐) รู้ชัดซึ่งจิตอันไม่ถึงความเป็นจิตใหญ่ ว่า “จิตไม่ถึงแล้วซึ่งความเป็นจิตใหญ่
(๑๑) รู้ชัดซึ่งจิตอันยังมีจิตอื่นยิ่งกว่า ว่า “จิตยังมีจิตอื่นยิ่งกว่
(๑๒) รู้ชัดซึ่งจิตอันไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า ว่า “จิตไม่มีจิตอื่นยิ่งกว่า
(๑๓) รู้ชัดซึ่งจิตอันตั้งมั่น ว่า “จิตตั้งมั่น”
(๑๔) รู้ชัดซึ่งจิตอันไม่ตั้งมั่น ว่า “จิตไม่ตั้งมั่น”
(๑๕) รู้ชัดซึ่งจิตอันหลุดพ้นแล้ว ว่า “จิตหลุดพ้นแล้ว”
(๑๖) รู้ชัดซึ่งจิตอันยังไม่หลุดพ้น ว่า “จิตยังไม่หลุดพ้น”
               รบกวนถามผู้รู้ครับว่า ข้อความตัวอักษรสีแดง อธิบายความว่ามีความหมายอย่างไรบ้างครับ







4

กระทู้

6

เพื่อน

211

เครดิต

สมาชิกระดับ 3

Rank: 3Rank: 3

บล็อก
0
สตางค์
153
ความดี
31
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
19-7-2015
โพสต์เมื่อ 5-2-2013 15:35:36 |ดูโพสต์ทั้งหมด
ฃอถามเพิ่ม ครับ แล้วพระสูตรนี้ เอาไปใช้กับตัวเราเวลาไหน หรือว่าตอนที่เรา ยืน เดิน นั้ง นอน ได้หรือไหม หรือจะใช่กับอานาปานสติได้ด้วยหรือไม่ครับ ผู้ถามสงสัยมากกกก ครับ งง..

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 5-2-2013 21:48:55 |ดูโพสต์ทั้งหมด
“จิตถึงแล้วซึ่งความเป็นจิตใหญ่”
หมายถึง จิตนั้นดำรงอยู่ในความตั้งมั่น (ในรูปสัญญา และ อรูปสัญญา)

“จิตยังมีจิตอื่นยิ่งกว่า”
หมายถึง จิตนั้นมีความตั้งมั่นที่ยิ่งขึ้นไปสู่สัจจสํญญาอันละเอียดขึ้น

48

กระทู้

27

เพื่อน

1หมื่น

เครดิต

สมาชิกระดับ 6

Rank: 8Rank: 8

บล็อก
0
สตางค์
5942
ความดี
3591
ชื่อเสียง
2
ล่าสุด
28-5-2020
โพสต์เมื่อ 5-2-2013 21:55:59 |ดูโพสต์ทั้งหมด
สุตตะ ตอบกลับเมื่อ 5-2-2013 15:35
ฃอถามเพิ่ม ครับ แล้วพระสูตรนี้ เอาไปใช้กับตัวเราเวล ...

พระสูตรนี้ตรัสกล่าวถึงจิตตานุปัสสนา คือการพิจารณาเห็นจิตในจิต
เป็นหนึ่งในสติปัฏฐาน ๔ ที่พระศาสดาทรงสรรเสริญคุณไว้อย่างมากมาย
แก้ไข ความกระวนกระวาย ความลำบากใจ ความเร่าร้อนทางกาย ความที่จิตหดหู่ จิตที่ฟุ่งซ่านไปในภายนอก
ผู้ปฏิบัติสามารถนำไปเจริญได้ทุกอิริยาบถแห่งจิต
เพราะสติปัฏฐาน ๔ นี้เป็นที่ที่ควรเที่ยวไปแห่งจิต แก่สัตว์ผู้ประสงความเป็นผู้ไม่ประมาท
เพราะความเป็นผู้ไม่ประมาทย่อมมีแก่ผู้สำรวมในอินทรีย์ทั้งหลายอยู่
ผู้สำรวมในอินทรีีย์ทั้งหลาย ยอ่มเรียกว่าเป็นผู้มีสติสัมปชัญญะแล้วดังนี้

แสดงความคิดเห็น

สุตตะ  ขอบคุณครับคุณคมสัน ที่อนุเคราะห์เพื่อนมนุษย์ด้วยกัน ถ้าคุณไม่รีบตรัสรู้เสียก่อน ชาติหน้าอานิสงค์คงจะม   โพสต์เมื่อ 5-2-2013 23:14
ขออภัย! คุณไม่ได้รับสิทธิ์ในการดำเนินการในส่วนนี้ กรุณาเลือกอย่างใดอย่างหนึ่ง ลงชื่อเข้าใช้ | สมัครสมาชิก

Mobile|Archiver|webboard.watnapp.com

GMT+7, 2-6-2020 02:35 , Processed in 0.072005 second(s), 22 queries .

Powered by Discuz! X2.5 Patch R20130222 Licensed

© 2001-2012 Comsenz Inc.

ขึ้นไปด้านบน