คมสัน โพสต์เมื่อ 6-1-2020 21:08:21

ความแตกต่างของทุกข์ในอริยสัจธรรมกับทุกข์ในกฎไตรลักษณ์และทุกข์ในโลกธรรม

คำถาม : จึงสงสัยว่า ในเมื่อทั้งทุกข์และสุข ต่างก็เป็นสภาพของเวทนาเช่นกัน  เหตุใดจึงไม่ได้บัญญัติไว้เพื่อเปรียบกันครับ

คำตอบ : เพราะเวทนาทั้งหลายไม่ว่าจะเป็นสุขเวทนา เป็นทุกขเวทนา หรือเป็นอทุกขมสุขเวทนา เวทนาทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนประชุมลงไปในความทุกข์ ทรงตรัสว่า คือความไม่เที่ยงเป็นของแแปรปรวนไปเป็นอย่างอื่น เนื่องจาก สุขเวทนา เป็นสุขเพราะตั้งอยู่ เป็นทุกข์เพราะดับไป ทุกขเวทนาเป็นทุกข์เพราะตั้งอยู่ เป็นสุขเพราะดับไป อทุกขมสุขเวทนาเป็นสุขเพราะรู้ชอบ เป็นทุกข์เพราะรู้ผิด

การพิจารณาธรรมอย่างนี้จะเป็นไปเพื่อการเจริญอนิจจสัญญา อันบุคคลเจริยอบรมให้มากจะเป็นไปเพื่อความมั่นคงในอนัตตสัญญา ผู้ที่มีอนัตตสัญญามั่นคง ย่อมละอัสมิมานะ(ความสำคัญมั่นหมายว่าตัวตนของเรา) ได้ในที่สุด

ส่วนคู่เปรียบที่ทรงตรัสให้เปรียบกัน นั้นคือ ราคะ เป็นส่วนเปรียบแห่งสุขเวทนา และปฏิฆะ เป็นส่วนแห่งเปรียบแห่งทุกขเวทนา อย่างนี้ จึงจะเป็นไปเพื่อนิพเพธิกปัญญา คือปัญญาเครื่องเจาะแทงกิเลสให้ถึงซึ่งความสิ้นทุกข์ได้ครับ ข้อนั้นเพราะเหตุใด เพราะผู้มีสุขเวทนากลุ้มรุมอยู่ ราคานุสัยย่อมตามนอนในสุขเวทนานั้น และแม้เขาเสวยทุกขเวทนาอยู่ ปฏิฆานุสัยย่อมตามนอนในทุกขเวทนานั้น เพราะอะไร เพราะเขาเป็นผู้ไม่ได้มีปัญญากำหนดรู้ในเวทนาเหล่านั้นโดยความเป็นของไม่เที่ยง อาศัยปัจจัยปรุงแต่งแล้วเกิดมีขึ้น มีความแปรปรวนไปเป็นธรรมดา มีความสิ้นไปเป็นธรรมดา มีความเสื่อมไปเป็นธรรมดาอย่างนี้ เขาไม่ได้รอบรู้ในเวทนาเหล่านี้ ย่อมเป็นผู้ไม่พ้นไปจากทุกข์ได้ เพราะเขาไม่ได้กำหนดรู้ ดังนั้น การเปรียบ ทุกข์ กับ สุข ในที่นี้ จึงไม่ได้เปรียบตามที่คุณผู้ถามกำลังสงสัย แต่ควรเปรียบในลักษณะแห่ง อนุสัยที่ตามนอน เพราะเวทนาทั้งหลายนั้นถึงการประชุมลงไปในความทุกข์ทั้งสิ้น(ไม่จำเป็นต้องเปรียบส่วนต่าง)


หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: ความแตกต่างของทุกข์ในอริยสัจธรรมกับทุกข์ในกฎไตรลักษณ์และทุกข์ในโลกธรรม