คมสัน โพสต์เมื่อ 4-1-2020 20:51:37

ตายแล้วเกิดใหม่มีจริงไหม

หากบุคคลใดมีศรัทธาหยั่งลงมั่นในพระพุทธเจ้าว่า แม้เพราะเหตุอย่างนี้ๆ พระผู้มีพระภาคเจ้าพระองค์นั้น เป็นพระอรหันต์ (ผู้ไกลจากกิเลส) เป็นผู้ตรัสรู้ชอบโดยพระองค์เอง เป็นผู้ถึงพร้อมด้วยวิชชาและจรณะ เป็นผู้ไปแล้วด้วยดี เป็นผู้รู้โลกอย่างแจ่มแจ้ง เป็นผู้สามารถฝึกคนที่สมควรฝึกได้ อย่างไม่มีใครยิ่งกว่า เป็นครูผู้สอนของเทวดาและมนุษย์ทั้งหลาย เป็นพุทโธ เป็นผู้มีความเจริญจำแนกธรรมสั่งสอนสัตว์ อย่างนี้แล้ว เขาย่อมไม่ลังเล ไม่สงสัยในธรรมที่พระองค์ทรงตรัสไว้ถึงเมื่อตัณหานุสัยยังไม่ถูกถอนขึ้น ย่อมเข้าถึงชาติ (การเกิด) อยู่ร่ำไป และสัตว์ทั้งหลายจะไปเป็นตามกรรมเข้าถึงส่วนบุญ และ บาป กรรมย่อมเป็นของสัตว์ผู้เกิดแล้วติดตาามไปดังเงาติดตามตน ข้อนั้นเพราะเหตุใด เพราะตัณหาอันสัตว์นั้นยังละไม่ได้ อย่างนี้

แต่เพราะสัตว์มีอินทรีย์ที่ไม่เท่ากัน มีธุลีในดวงตา มากบ้าง น้อยบ้าง ผู้ที่มีอินทรีย์อ่อน มีจึงไม่สามารถกระทำในใจถึงคำสอนของพระผู้มีพระภาคเจ้าได้ สัตว์เหล่านี้มีกรรม มีกิเลส มีวิบาก เป็นเครื่องกั้น มีศรัทธา มีฉันทะและมีปัญญาน้อย จึงไม่สามารถเข้าถึงกุศลธรรม คือระบบแห่งความถูกต้องได้โดยไว หากคุณผู้ถามมีความปรารถนาดี เอ็นดูต่อเขาอยู่ และ เขาก็เห็นว่าเรานั้นเป็นบุคคลที่ควรเชื่อฟัง จึงพึงกล่าวพุทธคุณ (สัมปสาทนียะ) แก่เขาเหล่านั้น เมื่อเขาฟังแล้วจะคลายความสงสัยและเคลือบแคลงในพระองค์ได้

ส่วนโลกหน้า ยกไว้ก่อน เราพึงกล่าวธรรมแก่บุคคลเหล่านั้นว่า เมื่อสิ่งนี้มี สิ่งนี้ย่อมมี เพราะความเกิดขึ้นแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงเกิดขึ้น เมื่อสิ่งนี้ไม่มี สิ่งนี้ย่อมไม่มี เพราะความดับไม่เหลือแห่งสิ่งนี้ สิ่งนี้จึงดับไป อย่างนี้

กล่าวคือ เพราะอะไรมี ชาติ (การเกิด) จึงมี เพราะอะไรไม่มี ชาติจึงไม่มี  เพราะชาติมีภพเป็นเหตุให้เกิด เพราะภพมี ชาติจึงมี เพราะภพไม่มี ชาติจึงไม่มี อย่างนี้ และเพราะอะไรมี ภพจึงมี เพราะอะไรไม่มี ภพจึงไม่มี เพราะภพมีอุปาทานเป็นเหตุให้เกิด เพราะอุปาทานมี ภพจึงมี เพราะอุปาทานไม่มี ภพจึงไม่มี เป็นลำดับอย่างนี้ครับ

เขามีความถือมั่นในขันธ์ ๕ อยู่ไหม  ความมีอุปาทานไม่ได้หมายถึงมีเพียงแค่รูป และอัตภาพที่เขาครองอยู่ขณะนี้เท่านั้น แต่อุปาทานที่มีอยู่ในเวทนา สัญญา สังขาร และวิญญาณ ทั้งหลายเหล่านี้ นี้เป็นปัจจัยแห่งการเกิดขึ้นของภพใหม่ และชาติย่อมมีอยู่ร่ำไปเสมอ (แม้เขาจะยังไม่ทำกาละ-ตายไป) การเกิดขึ้นของนามรูปมี จิตย่อมเกิดขึ้น การดับไปของนามรูปมี จิตย่อมดับไป วิญญาณ และ นามรูปตั้งอยู่อย่างนี้ ดับไปอย่างนี้ จิตของเขาย่อมเกิด ดับ ตลอดกาลยาวนาน ข้อนั้นเพราะตัณหาอันเขายังละไม่ได้นั่นเอง ดังนั้นการเกิด(ชาติ) มีอยู่ทุกขณะจิตของเขา ในปัจจุบัน จะป่วยกล่าวไปใยถึงอนาคตที่ยังไม่มาถึง บุคคลใดเมื่อทิ้งกายนี้แล้ว และยังยึดมั่นกายอื่น (ตัณหาอันเขายังละไม่ได้) ชาติย่อมถึงการมีอยู่ร่ำไปอย่างนี้  


zmata โพสต์เมื่อ 6-1-2020 09:52:11

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zmata เมื่อ 20-1-2020 10:46

ถ้ายังไม่บรรลุนิพพานแล้วตายแล้วเกิดใหม่แน่นอน เช่น เกิดเป็นสัมภเวสีผีเร่ร่อน

ตัวอย่างคลิปถ่ายติดผีบนถนนเลี้ยวรถหลบเสี่ยงอุบัติเหตุหากมีสิ่งศักดิ์สิทธิ์ติดตัวช่วยเบิกทางจะสะดวกปลอดภัยขึ้น
https://www.youtube.com/watch?v=JUm1n5582hY

ตัวอย่างคลิบผีสาวบนห้องนอนบอกผ่านอุ๋มอิ๋มคนมีสัมผัสพิเศษสื่อคำพูดและภาพความคิดจากผีได้ว่าผีสาวในอดีตชาติ
เคยเป็นคู่รักเก่าของสามีเจ้าของบ้านนี้ตามมาหึงหวงทำร้ายภรรยาเจ้าของบ้านได้ไม่เต็มที่เท่าเดิมนักเพราะมีลิงปกป้อง
ซึ่งเป็นเทพวานรเฮ่งเจียสิ่งศักดิ์สิทธิ์ประจำตัวอุ๋มอิ๋มมอบให้มาดูแลครอบครัวนี้
https://www.youtube.com/watch?v=f60NZX07gCw

zmata โพสต์เมื่อ 6-1-2020 10:12:47

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย zmata เมื่อ 7-1-2020 09:55

แต่ไม่แน่ว่าปรินิพพานแล้วอาจไปเกิดในแดนนิพพาน ก็ตถาคตและพระอรหันตสาวกบรรลุนิพพานแล้วยังเป็นมนุษย์ต่อไปไม่ตายลง เทวดาบรรลุนิพพานแล้วจะเป็นเทวดาต่อไปก็อาจเป็นไปได้แต่มองเห็นได้เฉพาะตถาคตหรือพระอรหันต์เท่านั้น

ท่านพระอานนท์เป็นผู้หมดความแช่มชื่นมีตานองไปด้วยน้ำตาได้กล่าวด้วยเสียงอันน่าสงสารว่าขอพระภิกษุทั้งหลายผู้เป็นโอรสของพระสุคตเจ้าซึ่งอยู่ในทิศตะวันออก ทิศใต้ ทิศตะวันตกและทิศเหนือ จงมาประชุมกัน พระภิกษุณีผู้ยังพระสรีระสุดท้ายของพระมุนีให้เจริญด้วยน้ำนม พระมารดาของกระผม พระโคตมีภิกษุณีนั้นถึงความสงบเหมือนดวงดาวในเมื่อพระอาทิตย์อุทัยฉะนั้น พระนางยังความรู้พร้อมกันว่าเป็นพระพุทธมารดา ให้ดำรงอยู่แล้วไปสู่นิพพานในที่ใด ถึงคนมี ๕ ตาก็เห็นไม่ได้ในที่นั้น พระผู้มีพระภาคซึ่งเป็นผู้นำทรงเห็นได้

ที่มา http://www.84000.org/tipitaka/re ... eline=0&pagebreak=0
หรือ
ที่มา https://etipitaka.com/read/thai/33/208/

หน้า: [1]
ดูในรูปแบบกติ: ตายแล้วเกิดใหม่มีจริงไหม