อัครา โพสต์เมื่อ 27-2-2015 08:57:33

อาโรคฺยปรมา ลาภา นิพฺพาน ปรม สุข

เทป เช้าก่อนฉัน วันอาทิตย์ 15 กพ.58
คุณหมอยก วลี "อาโรคฺยปรมา ลาภา   นิพฺพาน ปรม สุข" ซึ่งเป็นวลีที่เราได้ยินกันบ่อย และพระอาจารย์ก็อธิบายเสริมด้วย

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๓ ข้อ287-291
ประเด็นคือ
1.เป็นวลี มีในพุทธวจน
2.อาโรคฺยปรมา ลาภา = ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง
-ที่ผมเข้าใจมาแต่ก่อน ก็เห็นตามนั้นคือ ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง แต่ในความหมายพระพุทธเจ้า ไม่ได้หมายถึงอย่างนั้น
ความไม่มีโรค ทรงหมายถึง การมีจักษุของพระอริยะ
-พวกมีโรค เปรียบเหมือนพวกตาบอด ไม่เห็นตามความเป็นจริง ถูกหลอกด้วยผ้าเทียมเปื้อนเขม่า
3.ส่วน  "นิพฺพาน ปรม สุข" นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง ทางที่จะให้เข้าถึง ก็ต้อง "บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์แปด        เป็นทางเกษม." เท่านั้น ไม่ใช่ด้วยวิธีของสมณะพราหมณ์เหล่าอื่น
4.ควรยกพระคาถามาให้ครบ คือ

อาโรคฺยปรมา ลาภา   นิพฺพาน ปรม สุข
อฏฺงฺคิโก จ มคฺคาน   เขม อมตคามินนฺติ

ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
    บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์แปด        เป็นทางเกษม.

ผิดพลาดประการใดโปรดชี้แนะด้วยนะครับ ขอบคุณครับ

คมสัน โพสต์เมื่อ 28-2-2015 11:49:51

ขอโอกาสแสดงความห็นครับ
พระศาสดา ทรงตรัส เป็นภาษาบาลีว่า
อาโรคฺยปรมา   ลาภา แปลว่า ความไม่มีโรค เป็นลาภอย่างยิ่ง

แต่ผู้ไม่ได้สดับ มักจะคิดไปว่า ความไม่มีโรค(ทางกาย) เป็นลาภอย่างยิ่ง
แต่แท้จริงแล้ว ลาภอย่างยิ่ง(ที่ยิ่งกว่าที่เขาคิด) คือ ความไม่มีโรค
เพราะความที่สิ้นไปแห่งอุปาทานในขันธ์ทั้งหลาย
โรคในที่นี้ คือ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕
ความไม่มีโรค คือ ความดับลงไปแห่งอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕
ลาภทั้งหลายมีความไม่มีโรค เป็นอย่างยิ่ง  คือ
ความดับลงไปแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้มีได้ เพราะความดับไปไม่เหลือแห่งอุปาทาน

ความสิ้นไปแห่งภพย่อมไม่มีในที่นั้น เมื่อความสิ้นไปแห่งภพไม่มีในที่ใด
ชาติ ชรา มรณะต่อไปย่อมไม่มีในที่นั้น ที่ที่ไม่มีชาติ ชรา มรณะต่อไปในที่ใด
ที่นั้นพระศาสดาทรงเรียกว่า เป็นที่ที่ไม่มีโศก ไม่มีธุลี ไม่มีความคับแค้นใจ (คืออมตธาตุ) ดังนี้

อัครา โพสต์เมื่อ 28-2-2015 19:42:53

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๓ ข้อ288
(ช่วงท้ายพระสูตร)
....บัดนี้ คาถานั้นเป็นคาถาของปุถุชนไปโดยลำดับ. ดูกรมาคัณฑิยะ กายนี้แลเป็นดังโรค
เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร เป็นความลำบาก เป็นความเจ็บไข้ ท่านนั้นกล่าวกายนี้เป็นดังโรค
เป็นดังหัวฝี เป็นดังลูกศร เป็นความลำบาก เป็นความเจ็บไข้ว่า ท่านพระโคดม ความไม่มีโรค
นั้นคืออันนี้ นิพพานนั้นคืออันนี้. ก็ท่านไม่มีจักษุของพระอริยะ อันเป็นเครื่องรู้ความไม่มีโรค
อันเป็นเครื่องเห็นนิพพาน.

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๓ ข้อ291
(ช่วงท้ายพระสูตร)
....ดูกรมาคัณฑิยะ ถ้าเช่นนั้น ท่านควรคบสัตบุรุษ เพราะเมื่อใดท่านคบสัตบุรุษ เมื่อนั้น
ท่านจักได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ เมื่อท่านได้ฟังธรรมของสัตบุรุษ ท่านจักปฏิบัติธรรมสมควรแก่
ธรรม เมื่อท่านปฏิบัติธรรมสมควรแก่ธรรม ท่านจักรู้เอง เห็นเองว่า โรค ฝี ลูกศร คืออันนี้
โรค ฝี ลูกศร จะดับไปโดยไม่เหลือในที่นี้ เพราะอุปาทานของเรานั้นดับ ภพจึงดับ เพราะภพดับ
ชาติจึงดับ เพราะชาติดับ ชรา มรณะ โสกะ ปริเทวะ ทุกข์ โทมนัส อุปายาสก็ดับ
ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้ ย่อมมีด้วยประการฉะนี้.

-------------------------
ข้อ 288 กายนี้ เป็นดังโรค หัวฝี ลูกศร ข้อ291 จะดับไปโดยไม่เหลือ(ไม่มีโรค) เพราะอุปาทานดับ ภพดับ ชาติดับ กองทุกข์ทั้งสิ้นก็ดับ

อัครา โพสต์เมื่อ 28-2-2015 20:34:12


พระไตรปิฎก ฉบับหลวง (ภาษาไทย) เล่มที่ ๑๓ ข้อ288
(ช่วงท้ายพระสูตร)
....บัดนี้ คาถานั้นเป็นคาถาของปุถุชนไปโดยลำดับ....

----------------------
ผมนี่ เมื่อก่อนมีความเห็นเหมือน มาคัณฑิยะ เลย เราควรจะถ่ายทอดบอกสอนใหม่ให้ตรงตามนัยของพระพุทธเจ้านะครับ

อาโรคฺยปรมา ลาภา   นิพฺพาน ปรม สุข
อฏฺงฺคิโก จ มคฺคาน   เขม อมตคามินนฺติ

ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง
บรรดาทางทั้งหลายอันให้ถึงอมตธรรม ทางมีองค์แปด เป็นทางเกษม.


นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง เพราะได้ลาภคือความไม่มีโรค และทางที่จะให้ถึงนิพพานคือ มรรคมีองค์เเปด


คมสัน โพสต์เมื่อ 1-3-2015 19:54:05

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 1-3-2015 19:57

เพราะผู้ไม่ได้สดับธรรมของพระองค์ จะเป็นเหมือนมาคัณฑิยะ ที่คิดเพียงผิวเผินว่า
ความที่กายนี้ยังดำรงอยู่ได้ ณ ตอนนี้ คือความไม่มีโรค
เป็นความเมาที่ชื่อว่า " อาโรคยมทะ " ว่าเมาโดยความไม่มีโรค

กล่าวถึง มทะ ความเมา ๓ อย่าง
๑. อาโรคยมทะ [ความเมาในความไม่มีโรค]
๒. โยพพนมทะ [ความเมาในความเป็นหนุ่มสาว]
๓. ชาติมทะ     [ความเมาในชาติ]


อัครา โพสต์เมื่อ 12-4-2015 08:06:01

คมสัน ตอบกลับเมื่อ 28-2-2015 11:49 static/image/common/back.gif
ขอโอกาสแสดงความห็นครับ
พระศาสดา ทรงตรัส เป็นภาษาบาล ...

ตอนนี้ผมมีความเห็นตามแล้วครับ โดยชี้ชัดไปเลยว่าโรคคืออุปาทานขันธ์5

"โรคในที่นี้ คือ อุปาทานขันธ์ทั้ง ๕
ความไม่มีโรค คือ ความดับลงไปแห่งอุปาทานขันธ์ทั้ง ๕
ลาภทั้งหลายมีความไม่มีโรค เป็นอย่างยิ่ง  คือ
ความดับลงไปแห่งกองทุกข์ทั้งสิ้นนี้มีได้ เพราะความดับไปไม่เหลือแห่งอุปาทาน"

ขอบคุณครับ

คมสัน โพสต์เมื่อ 12-4-2015 20:54:03

นอกจากนี้แล้ว คำว่า โรค ยังหมายถึง ชื่อของกามด้วยนะครับ
โรค เป็นลักษณะของความเสียดแทง
บุรุษที่ถูกต้องด้วยสิ่งอันเป็นที่รัก ที่สนิทใจ (อุปาทานขันธ์ ๕) แล้วเห็นว่า
เป็นของเที่ยง เป็นสุข เป็นตัวตน เป็นของเกษม และเป็นของไม่เสียดแทง
เขานั้นย่อมทำตัณหาให้เจริญ เมื่อทำตัณหาให้เจริญ ก็ย่อมทำทุกข์ให้เจริญ
ย่อมไม่พ้นไปจากทุกข์ได้ จึงเรียกว่าบุรุษตาบอด

Siamcars โพสต์เมื่อ 30-10-2015 12:48:54

เข้าใจแล้ว ขอบพระคุณทั้งสองท่านเลยค่ะ

อัครา โพสต์เมื่อ 22-10-2017 11:04:54

ขอแสดงความเห็นครับ
การตีความ ความหมาย ใน ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง

1.จากบทสนทนาช่วงแรก ที่พระองค์กล่าว ถึง "กาม.กามคุณ" แล้วจึงเปล่งพระอุทานออกมาว่า "ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง...."
ถ้าเอาตามความหมาย, หมายถึง, การอธิบายให้มาคัณฑิยะฟัง ตามบทสนทนา

"โรคบุรุษโรคเรื้อน มีตัวเป็นแผล มีตัวสุก
อันกิมิชาติบ่อนอยู่ เกาปากแผลอยู่ด้วยเล็บ ย่างกายให้ร้อนที่หลุมถ่านเพลิง"

โรคบุรุษโรคเรื้อน มีตัวเป็นแผล มีตัวสุกอันกิมิชาติบ่อนอยู่ --> ความไม่รู้ใน ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องออกไปแห่งกามนั่นเทียว ตามความเป็นจริง ความเป็นผู้ไม่ละกามตัณหา บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดขึ้นเพราะปรารภกามแล้ว จึงเป็นผู้ปราศจากความระหาย มีจิตสงบในภายในอยู่แล้ว หรือกำลังอยู่ หรือจักอยู่

เกาปากแผลอยู่ด้วยเล็บ --> ความเป็นของน่ายินดี น่าพอใจสักหน่อยหนึ่ง

ย่างกายให้ร้อน --> ปรารภกาม

ที่หลุมถ่านเพลิง --> กามคุณ

--------------------------
นั่นคือ "ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง"
ผมเข้าใจว่า  คือ ความรู้ใน ความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเป็นเครื่องออกไปแห่งกามนั่นเทียว ตามความเป็นจริง ความเป็นผู้ละกามตัณหา บรรเทาความเร่าร้อนที่เกิดขึ้นเพราะปรารภกามแล้ว จึงเป็นผู้ปราศจากความระหาย มีจิตสงบในภายในอยู่แล้ว หรือกำลังอยู่ หรือจักอยู่

ยังไม่ถึงขั้น มองไปถึงการละอุปาทานขันธ์5 --> ความไม่มีโรคจึงเป็นแค่ลาภ , ลาภยังมีการเสื่อม (ยังมีศาสดาเหล่าอื่นที่เป็นแค่ผู้ปราศจากกาม ) จึงมีประโยคต่อไปที่ว่า นิพพานเป็นสุขอย่างยิ่ง คือ สุขที่สุด ยิ่งไปกว่า ความไม่มีโรค

หากมีความเห็นผิด เข้าใจผิดอย่างไร โปรดชี้แนะ ขอบคุณครับ

คมสัน โพสต์เมื่อ 24-10-2017 08:40:29

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 26-10-2017 09:32

ขอโอกาสแสดงความเห็นครับ

"โรคบุรุษโรคเรื้อน มีตัวเป็นแผล มีตัวสุก"
ความนี้ หมายความว่า บุรุษนี้ถูกต้องด้วยโรคแล้ว คือเป็นผู้มีกามตัณหาอันเสียบแทง (อุปมาด้วยโรคที่เสียบแทง)

"อันกิมิชาติบ่อนอยู่"
ความนี้ หมายความว่า ความดำริอันเกิดแต่กาม (กามสังกัปปะ) เป็นอกุศลลามก

" เกาปากแผลอยู่ด้วยเล็บ ย่างกายให้ร้อน"
ความนี้ หมายความว่า เพราะมีกามแนทะเกิดขึ้นแล้ว จึงมีกามปริฬาหะ และกามปริเยสนา

"ที่หลุมถ่านเพลิง"
ความนี้ หมายความว่า กาม



--------------------------
นั่นคือ "ความไม่มีโรคเป็นลาภอย่างยิ่ง" ในที่นี้ ทรงตรัสความที่บุคคลถูกกามตัณหาเสียบแทงแล้ว อุปมาด้วยโรคเรื้อนที่เป็นอยู่ เมื่อยังไม่ได้รับการรักษา ก็ย่อมยังมีความพอใจในกามอยู่ ก็ยิ่งชื่อว่าถุกกามเคี้ยวกิน เห็นสิ่งที่เป็นทุกข์โดยความเป็นความสุข ต่อเมื่อรักษาโรคนั้นหายขาดแล้ว ซึ่งหมายถึงกามตัณหาได้ถูกถอนรากแล้ว เขาย่อมไม่แสวงหากามอีก แม้จะมีใครหิ้วพาไปเข้าใกล้หลุมถ่านเพลิง(กาม) ก็ไม่ประสงค์ที่จะตกลงไป เพราะแม้นั้นคือสิ่งที่เห็นเป็นทุกข์อย่างยิ่ง (เมื่อเปรียบเทียบกับกองไฟขนาดย่อม ที่บรรเทาโรคเรื้อน แต่เมื่อตอนนั้นยังเห็นโดยความเป็นสุขจากไฟนั้น ทั้งๆที่ไฟ ก็ให้ผลที่เหมือนกัน คือ ความเร่าร้อน อันเป็นทุกข์ แต่เมื่อรักษาโรคหายแล้ว จึงมีปัญญาจักขุ เห็นตรงตามท่เป็นจริงอย่างนี้ว่า แม้กองไฟ (ไม่ว่าเล็ก หรือ ใหญ่) ต่างให้ผลคือ ความทุกข์ทั้งสิ้น ดังนั้นเป็นการสมควรแล้วสำหรับผู้ที่กำหนดรู้ซึ่งความเกิด ความดับ คุณ โทษ และอุบายเครื่องออกไปได้จากกาม คือผู้ที่กามทั้งหลายจะครอบงำไม่ได้อีก รู้ที่สุดแห่งชาติ และ มรณะ ดับความเร่าร้อนได้แล้ว ความเป็นสุขอย่างยิ่ง คือนิพพาน เป็นบทแห่งธรรมนั้น
----------------------------
จึงขอสรุป ตามพุทธพจน์ที่ทรงตรัสเป็นลำดับอย่างนี้ว่า
ความไม่มีโรคนั้นคืออันนี้   
นิพพาน นั้นคือนี้   
ท่านนั้นจะพึงรู้ความไม่มีโรค จะพึงเห็นนิพพานได้   
ท่านก็จะละความพอใจและความยินดีในอุปาทานขันธ์    ๕    ประการ
พร้อมกับเกิดดวงตาคือปัญญา ขึ้น

ความไม่มีโรคนั้นคืออันนี้ ---> ละความพอใจและความยินดีในอุปาทานขันธ์    ๕    ประการ
หน้า: [1] 2
ดูในรูปแบบกติ: อาโรคฺยปรมา ลาภา นิพฺพาน ปรม สุข