komza12345 โพสต์เมื่อ 18-2-2013 21:48:11

สฬายตนะ ความหมายคืออะไรครับ

หรือคือ อายตนะ ครับ แต่ผมอยากได้พระสูติที่พระตถาคต ได้บอกไว้ที่ครับ ขอบคุณครับ:loveliness:

chackree โพสต์เมื่อ 18-2-2013 22:35:55

ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!  ก็สฬายตนะ  เป็นอย่างไรเล่า? จักขุวายตนะ
โสตายตนะ ฆานายตนะ ชิวหายตนะกายายตนะ มนายตนะ:  ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย!
นี้ เรียกว่า  สฬายตนะ.  ก็คือ อายตนาภายใน และ ภายนอก แต่จะเกิดผัสสะไม่ได้ หากยังไม่มีวิญญาณ

komza12345 โพสต์เมื่อ 18-2-2013 22:59:22

ok ครับ ขอบคุณมากครับ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ:victory:

supon โพสต์เมื่อ 20-2-2013 20:35:37

ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ                       >>  เรียกว่าอายตนะ ภายใน
รูป เสียง กลิ่น รส โผฏฐัพพะ ธรรมารมณ์     >>  เรียกว่าอายตนะ ภายใน

ทั้งหมดนี้ เรียกรวมกันว่า                       >>   สฬายตนะ.

ลำไย โพสต์เมื่อ 7-5-2013 04:42:06

ถกกับสหธรรมมิตร. เขาบอกว่า สฬายตน หมายถึงแค่ อายตนภายใน 6. และจากพระสูตรที่ ยกมาเบื้องต้น .......จักขุวายตน......ชิวหาวายตน..... Etc.  นี่ก็แปลหมายถึง. ตา....ลิ้น..... Etc.
    พยายามอธิบายให้เขาฟังว่า สัมผัสเกิดไม่ได้ ถ้าไม่มี อายตนภายนอก + วิญญาน. เพื่อนไม่ค้านตรงนี้. แต่เขาค้านที่ว่า อารมณ์ หรืออายตนภายนอก นั้น เป็น ขั้นตอนในผัสสะ. เขายกหนังสือ พุทธธรรมขึ้นมา. ลำไยก็เข้าไปอ่าน และ ก็เห็นว่า ท่าน (ผู้เขียนมีคนนับถือมาก). ก็เขียนไว้อย่างนั้น. ???     หรือว่า เราอ่านแล้วเข้าใจผิดเอง
อย่างไรก็ตาม. มีพระสูตรใดที่ จะยกมาเพื่อ ให้เพื่อน เห็นตามว่า สฬายตน หมายรวมถึง อายตนภายนอกด้วย

ปลฺ. ที่ถามไม่ต้องการลบหลู่ผู้เขียนหนังสือ หรือใครใดๆทั้งสิ้น. ชาวพุทธวจน  มีพระสูตรมาช่วยconfirmคำอธิบายทุกครั้ง ซึ่งช่วยให้หายสงสัยอย่างเด็ดขาด.   ลำไยหาพระสูตรดังกล่าวไม่ได้ จึงต้องขอรบกวน

คมสัน โพสต์เมื่อ 7-5-2013 08:58:52

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย คมสัน เมื่อ 7-5-2013 09:41

ลำไย ตอบกลับเมื่อ 7-5-2013 04:42 static/image/common/back.gif
ถกกับสหธรรมมิตร. เขาบอกว่า สฬายตน หมายถึงแค่ อายตนภา ...
ดูกรภิกษุทั้งหลายกายนี้ของคนพาล
ผู้อันอวิชชาหุ้มห่อแล้ว
ประกอบด้วยตัณหา เกิดขึ้นแล้วอย่างนี้
กายนี้ด้วย นามรูปในภายนอกด้วย
ย่อมมีด้วยประการดังนี้
เพราะอาศัยกายและนามรูปทั้งสองนี้
จึงเกิดผัสสะ
สฬายตนะ ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นหรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง
ถูกต้องคนพาล เป็นเหตุให้เสวยสุขและทุกข์


ขอโอกาสครับจากที่ทราบกันดีแล้วว่าเพราะอาศัยนามรูปจึงเกิดสฬายตนะเพราะอาศัยสฬายตนะจึงเกิดผัสสะ จากพระสูตรบางส่วนข้างบนที่ผมยกขึ้นมานั้นส่วนข้อความ “กายของคนพาล”นี้หมายถึง นามรูป(รูปเวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) อันเป็นในภายในของคนพาลนั้น
ส่วนข้อความ “นามรูปในภายนอก”นี้หมายถึง นามรูปอันเป็นไปภายนอก(ของสิ่งอื่น)ย่อมมีด้วยประการดังนี้
ส่วนข้อความ "เพราะอาศัยกายและนามรูปทั้งสองนี้จึงเกิดผัสสะ”นี้หมายถึง เพราะอาศัยนามรูปอันเป็นไปในภายในด้วย และ นามรูป อันเป็นไปในภายนอกด้วย จึงเกิดผัสสะ
ส่วนข้อความ “ซึ่งทั้งสองอย่างนั้นหรือแต่อย่างใดอย่างหนึ่ง"นี้หมายถึง นามรูปอย่างใดอย่างหนึ่ง ทั้งภายในหรือ ทั้ง ภายนอก
ส่วนข้อความ “นามรูปถูกต้องคนพาลเป็นเหตุให้เสวยสุขและทุกข์”นี้หมายถึง นามรูปทั้งภายใน หรือ ทั้งภายนอกอย่างใดอย่างหนึ่งนั้น
เมื่อถูกต้อง(สัมผัส –ผัสสะ)คนพาลแล้วเป็นเหตุให้เสวยเวทนาอันเป็นสุขและทุกข์ ข้อนี้ต้องอาศัยพระสูตร(เช่น อนัตตลักขณสูตร) เชื่อมโยงว่า
ดูกรภิกษุทั้งหลาย เพราะเหตุนั้นแล รูป (เวทนาสัญญา สังขาร วิญญาณ) อย่างใดอย่างหนึ่งที่เป็นอดีต อนาคต และปัจจุบัน ภายในหรือภายนอก หยาบหรือละเอียด เลวหรือประณีต ไกลหรือใกล้ ทั้งหมดก็เป็นแต่สักว่ารูป(เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ) เธอทั้งหลายพึงเห็นรูป(เวทนา สัญญา สังขารวิญญาณ) นั้นด้วยปัญญาอันชอบตามเป็นจริงอย่างนี้ว่า นั่นไม่ใช่ของเรา นั่นไม่เป็นเรานั่นไม่ใช่ตนของเรา ส่วนของ รูป เวทนา สัญญา สังขาร วิญญาณ (เรียกโดยรวมว่านามรูป) นั้น
มีทั้งส่วนที่เป็นในภายใน และ ในภายนอก...ดังนั้น ส่วนของ สฬายตนะที่เป็นเหตุให้เกิดผัสสะ
ย่อมมีส่วนทั้งในภายในด้วย และหรือในภายนอกด้วย


ลำไย โพสต์เมื่อ 13-5-2013 07:31:56

คมสัน ตอบกลับเมื่อ 7-5-2013 08:58 static/image/common/back.gif
ดูกรภิกษุทั้งหลายกายนี้ของคนพาล
ผู้อันอวิชชาหุ้มห ...

ขอบคุณค่ะ. อ่าซ้ำแล้ว ซ้ำอีกหลายรอบแล้ว. ยังไม่ค่อยกระจ่าง. จะขอ ตริตรึกต่อค่ะ

Knung โพสต์เมื่อ 14-5-2014 11:13:58

พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่ ๑๖สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ ๓๒ วิภังคสูตร
[๑๓] ก็สฬายตนะเป็นไฉน อายตนะคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ      นี้เรียกว่าสฬายตนะ ฯ

พระไตรปิฎก มจร. เล่มที่ ๑๖สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค  หน้าที่ ๒
๒. วิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกปฏิจจสมุปบาท
            {๑๓}  สฬายตนะ    มีเท่าไร
            สฬายตนะมี    ๖    ประการนี้    คือ
                ๑.    จักขวายตนะ    (อายตนะคือตา)
                ๒.    โสตายตนะ     (อายตนะคือหู)
                ๓.    ฆานายตนะ    (อายตนะคือจมูก)
๔.    ชิวหายตนะ    (อายตนะคือลิ้น)
๕.    กายายตนะ    (อายตนะคือกาย)
๖.    มนายตนะ    (อายตนะคือใจ)
นี้เรียกว่า    สฬายตนะ
ก็คือ อายตนะภายใน 6

Knung โพสต์เมื่อ 14-5-2014 11:19:28

แก้ไขครั้งสุดท้ายโดย Knung เมื่อ 14-5-2014 11:38

ลำไย ตอบกลับเมื่อ 13-5-2013 07:31 static/image/common/back.gif
ขอบคุณค่ะ. อ่าซ้ำแล้ว ซ้ำอีกหลายรอบแล้ว. ยังไม่ค่อย ...พระไตรปิฎก ฉบับหลวง เล่มที่๑๖สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค หน้าที่ ๓๒ วิภังคสูตร[๔] พระผู้มีพระภาคประทับอยู่ ณ พระเชตวัน อารามของท่านอนาถบิณฑิกเศรษฐีเขตพระนครสาวัตถี ... ได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ท.เราจักแสดงจักจำแนกปฏิจจสมุปบาทแก่พวกเธอ พวกเธอจงฟังปฏิจจสมุปบาท..[๕] พระผู้มีพระภาคได้ตรัสว่า ดูกรภิกษุ ท.ก็ปฏิจจสมุปบาท ..                [๖] ดูกรภิกษุ ท.ก็ชราและมรณะเป็นไฉนความแก่ ภาวะของความแก่ ฟันหลุด ผมหงอก หนังเหี่ยว ความเสื่อมแห่งอายุ ความแก่หง่อมแห่งอินทรีย์ ในหมู่สัตว์นั้นๆของเหล่าสัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่าชรา ก็มรณะ  เป็นไฉน ความเคลื่อน ภาวะของความเคลื่อนความทำลาย ความอันตรธาน  มฤตยู ความตายกาลกิริยา ความแตกแห่งขันธ์ ความทอดทิ้งซากศพความขาด แห่งชีวิตินทรีย์จากหมู่สัตว์นั้นๆ ของเหล่าสัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่ามรณะ ชราและ มรณะดังพรรณนามาฉะนี้ เรียกว่า ชราและมรณะ ฯ                [๗] ก็ชาติเป็นไฉน ความเกิด ความบังเกิด ความหยั่งลง  เกิด เกิดจำเพาะ  ความปรากฏแห่งขันธ์ความได้อายตนะครบในหมู่สัตว์นั้นๆ ของ เหล่าสัตว์นั้นๆ นี้เรียกว่าชาติ ฯ                [๘] ก็ภพเป็นไฉน ภพ ๓ เหล่านี้คือ กามภพ รูปภพ อรูปภพ    นี้เรียกว่าภพ ฯ                [๙] ก็อุปาทานเป็นไฉน อุปาทาน ๔ เหล่านี้คือ กามุปาทาน ทิฏฐุปาทาน   สีลพัตตุปาทาน อัตตวาทุปาทาน นี้เรียกว่าอุปาทาน ฯ                [๑๐] ก็ตัณหาเป็นไฉน ตัณหา ๖ หมวดเหล่านี้คือ รูปตัณหา สัททตัณหา  คันธตัณหา รสตัณหา โผฏฐัพพตัณหา ธัมมตัณหานี้เรียกว่าตัณหา ฯ                [๑๑] ก็เวทนาเป็นไฉน เวทนา ๖ หมวดเหล่านี้คือจักขุสัมผัสสชา เวทนา โสตสัมผัสสชาเวทนา ฆานสัมผัสสชาเวทนา ชิวหาสัมผัสสชาเวทนา กายสัมผัสสชาเวทนามโนสัมผัสสชาเวทนา นี้เรียกว่าเวทนา ฯ                [๑๒] ก็ผัสสะเป็นไฉน ผัสสะ ๖ หมวดเหล่านี้คือ จักขุสัมผัส    โสตสัมผัส ฆานสัมผัส  ชิวหาสัมผัส กายสัมผัส มโนสัมผัสนี้เรียกว่าผัสสะ ฯ                [๑๓] ก็สฬายตนะเป็นไฉน อายตนะคือ ตา หู จมูก ลิ้น กาย ใจ      นี้เรียกว่าสฬายตนะ ฯ                [๑๔] ก็นามรูปเป็นไฉน เวทนา สัญญา เจตนา ผัสสะ มนสิการ   นี้เรียกว่านาม มหาภูตรูป ๔และรูปที่อาศัยมหาภูตรูป ๔ นี้เรียกว่ารูป นามและ   รูปดังพรรณนามาฉะนี้ เรียกว่านามรูป ฯ                [๑๕] ก็วิญญาณเป็นไฉน วิญญาณ ๖ หมวดเหล่านี้คือ จักขุวิญญาณ   โสตวิญญาณ ฆานวิญญาณ ชิวหาวิญญาณ กายวิญญาณมโนวิญญาณ นี้เรียกว่า   วิญญาณ ฯ                [๑๖] ก็สังขารเป็นไฉน สังขาร ๓ เหล่านี้คือ กายสังขาร วจีสังขาร  จิตสังขาร นี้เรียกว่าสังขาร ฯ                [๑๗]ก็อวิชชาเป็นไฉน ความไม่รู้ในทุกข์ ความไม่รู้ในเหตุเกิดแห่งทุกข์ความไม่รู้ในความดับทุกข์ความไม่รู้ในปฏิปทาที่จะให้ถึงความดับทุกข์นี้เรียกว่าอวิชชาดูกรภิกษุทั้งหลายเพราะอวิชชาเป็นปัจจัย จึงมีสังขาร เพราะสังขารเป็นปัจจัยจึงมีวิญญาณ ... ดังพรรณนามาฉะนี้ความเกิดขึ้นแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ                [๑๘] ก็เพราะอวิชชานั่นแหละดับด้วยการสำรอกโดยไม่เหลือ สังขารจึง ดับเพราะสังขารดับวิญญาณจึงดับ ... ความดับแห่งกองทุกข์ทั้งมวลนี้ ย่อมมีด้วยประการอย่างนี้ ฯ
พระไตรปิฎก มจร. เล่มที่ ๑๖สุตตันตปิฎก สังยุตตนิกาย นิทานวรรค  หน้าที่ ๒ ๒. วิภังคสูตร ว่าด้วยการจำแนกปฏิจจสมุปบาท
{๑๓}  สฬายตนะ    มีเท่าไรสฬายตนะมี    ๖    ประการนี้    คือ๑.    จักขวายตนะ    (อายตนะคือตา)๒.    โสตายตนะ     (อายตนะคือหู)
๓.    ฆานายตนะ    (อายตนะคือจมูก)๔.    ชิวหายตนะ    (อายตนะคือลิ้น)๕.    กายายตนะ    (อายตนะคือกาย)
๖.    มนายตนะ    (อายตนะคือใจ)นี้เรียกว่า    สฬายตนะ
ก็คือ อายตนะภายใน 6 แต่ไม่ได้สำคํญกับปฏิจจสมุปบาทโดยรวม ลองอ่าน ปฏิจจสมุปบาทจากพระโอษฐ์จะละเอียดมาก ลองดูรายละเอีนดจาก E-tipitaka

กันตัง โพสต์เมื่อ 16-5-2014 16:42:48

สฬายตนวิภังคสูตร โดยพิศดาร
หน้า: [1] 2
ดูในรูปแบบกติ: สฬายตนะ ความหมายคืออะไรครับ